แชมพู hybeauty สารที่ผสมลงไปในแชมพูทำให้มีคุณสมบัติต่าง ๆ

แชมพู hybeauty สารที่ผสมลงไปในแชมพูทำให้มีคุณสมบัติต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น สารให้กลิ่นหอม สารที่เป็นตัวทำละลาย ซึ่งที่นิยมใช้มากคือ alcohol, glycol, glycerol สารนี้ป้องกันการตกตะกอนของแคลเซียมจะทำให้ผมไม่มันและเหนียวสารที่ปรับสภาพผม เช่น lanolin ทำให้ผมแห้ง, imageprotein Q ทำให้เส้นผมมีน้ำหนัก, arly beta-aminopropionate ป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิตบนเส้นผม ส่วนสารที่ทำให้ผมเงางาม ได้แก่ 4-methyl-7 diethyl amino coumarin 4-emthyl-5-7 dihydrocoumarinสารช่วยให้เกิดฟอง ก็เป็นคุณสมบัติที่ทำให้ผู้บริโภคใช้นิยมใช้ การผสมเซลลูโลส ทรากะคัน และเจล ช่วยให้ดูว่าเนื้อยาสระผมเหนียวข้นขึ้น บางชนิดใส่เกลือลงไป กลายเป็นเจลเทียม บางชนิดเคลือบมุก ทำให้เนื้อยาสระผม ซึ่งมักเป็นของเหลวคลายเป็นครีมมุกทำให้เส้นผมนิ่ม หรือการใช้สารดูดซับพวกโลหะซึ่งมักตกตะกอนบนเส้นผม อันเป็นสาเหตุทำให้ผมไม่เป็นเงานอกจากนี้ ยังใช้สารกันบูดกันเชื้อโรค ใส่กลิ่นหอม ถ้ามีรังแคใส่สารขจัดรังแคเพิ่ม เช่น สังกะสี ไพรีไทโอน ไพรอกโตนโอลามีน กำมะถัน น้ำมันดิบ และน้ำมันต่างๆปัญหาที่เกิดจากการใช้แชมพู แชมพู hybeauty.

แชมพู hybeauty

แชมพู hybeauty เท่าที่มีปรากฏในรายงานทางการแพทย์ ปัญหาที่อาจพบได้มีดังต่อไปนี้ hybeauty shampoo

ปัญหาที่เกิดจากการระคายเคืองหนังศีรษะ พบได้น้อยมากโดยเฉพาะอย่างผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ที่ได้มาตราฐาน hybeauty vitalizing hair & scalp shampoo
ปัญหาที่เกิดจากค่าความเป็นกรด-ด่างของหนังศีรษะ แพทย์จะแนะนำให้ใช้แชมพูประเภท for pH-balanced shampoos
ปัญหาเกิดอาการผิวหนังศีรษะอักเสบชนิด seborrheic dermatitis ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณและชนิดของจุลินทรีย์เปลี่ยนแปลงไป พบได้น้อย
หนังศีรษะแห้ง เนื่องจากซีบุมถูกชะล้างออกไปมาก และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียชนิด สแต๊ฟฟิลโลคอคคัส ออเรียส ที่หนังศีรษะได้ง่ายกว่าปกติ แชมพู hybeauty
เกิดเป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิด irritant contact dermatitis เท่าทีมีรายงานในวารสารการแพทย์พบว่าส่วนใหญ่เกิดจากสาร sodium lauryl sulphate แพทย์จะแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ sodium laureth sulphate แทน
เกิดเป็นโรคลมพิษชนิด contact urticaria สาเหตุจากน้ำหอมที่ผสมลงไป หรือสารกันบูด
เกิดเป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิด allergic contact dematitis ส่วนใหญ่เกิดจาก chamomile, lavender, rose oil, kathon CG และ quaternium-15
เกิดเป็นโรคภูมิแพ้โปรตีนชนิด protein contact dermatitis พบได้น้อยมาก ทั่วโลกมีรายงานไม่ถึง 10 ราย

เมื่อก่อนนอกจากมะกรูดแล้ว เราใช้อะไรสระผม ข้าวเหนียวหน้าก้ง จ สมทรสงคราม
หน้าที่หลักของแชมพู คือ ขจัดน้ำมันธรรมชาติจากต่อมไขมันใต้หนังศีรษะออกจากเส้นผม น้ำมันดังกล่าวเป็นต้นเหตุใหญ่ที่ทำให้ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเหนียวติดแน่นบนเส้นผมสบู่ทั่วไปไม่มีคุณสมบัติเพียงพอจะทำหน้าที่นี้ได้ เพราะสบู่สะสมคราบของตัวมันเอง สำหรับสารซักฟอก detergent แล้ว หน้าที่ข้างต้นทำได้ง่ายมาก แต่สารซักฟอกยังไม่ถูกค้นพบเลยจนกระทั่งปลายศตวรรษที่ ๑๙ ทั้งมิได้มีการผลิตในปริมาณมาก ๆ จวบจนทศวรรษที่ ๑๙๓๐ ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วผู้คนในช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมา ดูแลรักษาความสะอาดเส้นผมของพวกเขากันอย่างไร ชาวอียิปต์โบราณเป็นผู้ริเริ่มวิธีปฏิบัติซึ่งต่อมาเป็นที่นิยมกันพวกเขาชำระล้างเส้นผมด้วยน้ำเปล่าผสมกับน้ำจากผลของพืชตระกูลซีทรัส ส้ม มะกรูด มะนาว กรดมะนาวมีฤทธิ์ขจัดไขมันจากหนังศีรษะให้หมดไปจากเส้นผมได้อย่างดียิ่ง น้ำยาล้างทำความสะอาดเส้นผมซึ่งผสมกันเองตามบ้าน โดยเติมกลิ่นหอมและมักจะผสมสบู่ปริมาณเล็กน้อยลงไปด้วย เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเป็นเวลาหลายร้อยปี น้ำยาสระผมชนิดใหม่ซึ่งคล้ายสารซักฟอกเกิดขึ้นในยุโรปเมื่อตอนปลายสมัยกลาง ได้จากการต้มน้ำ สบู่ กับโซดา หรือโปแตช น้ำด่าง แชมพู hybeauty ส่วนผสมที่คล้ายคลึงกับแชมพูแต่ใกล้เคียงกับสบู่มากกว่านี้ปรุงขึ้นในบ้าน สูตรของแต่ละบ้านถือเป็นมรดกตกทอดจากคนรุ่นปู่ย่าตายายสู่รุ่นลูกหลาน คำว่า “ แชมพู ” กำเนิดขึ้นในประเทศอังกฤษในช่วงเวลาเดียวกับที่นักเคมีชาวเยอรมันค้นพบสารซักฟอก ซึ่งพัฒนามาเป็นแชมพูสมัยใหม่ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ในช่วงปี ค ศ ๑๘๗๐-๑๘๗๙ รัฐบาลอังกฤษได้ถ่ายโอนอำนาจการควบคุมอินเดียจาก บริษัท บริติชอีสต์อินเดียอันทรงอิทธิพล รัฐบาลอังกฤษผ่อนปรนให้ชาวอินเดียซึ่งพูดภาษาฮินดูมีส่วนร่วมในทางการเมืองมากขึ้น เครื่องแต่งกายและศิลปะอินเดีย รวมทั้งถ้อยคำภาษาฮินดู กลายเป็นสิ่งที่นิยมชมชอบในอังกฤษ ในยุคแห่งความนิยมอินเดียนี้เองที่ช่างทำผมชาวอังกฤษได้บัญญัติ คำว่า “ แชมพู ” ขึ้นจากรากคำภาษาฮินดู “ แชมโป ” ซึ่งแปลว่า “ นวดคลึง ” แชมพูเมื่อครั้งกระโน้นไม่ใช่ของเหลวบรรจุขวดที่หาซื้อได้ทั่วไปตามร้าน แชมพูคือการนวดคลึงหนังศีรษะและผมที่เปียก ชุ่มด้วยน้ำสบู่ให้แก่ลูกค้าของร้านทำผมชั้นนำในอังกฤษ แต่ละร้านจะไม่เปิดเผยสูตรเฉพาะของตนโดยถือเป็นความลับสุดยอดช่างทำผมจะเป็นผู้ปรุงส่วนผสมของน้ำยาสระผมด้วยตนเองโดยทำกันอยู่หลังร้านนั่นเอง ถึงแม้ว่าสูตรอาจแตกต่างกันออกไปบ้าง แต่ส่วนประกอบหลัก ๓ ตัวที่ขาดไม่ได้ คือ น้ำ สบู่ และโซดา ส่วนแชมพูซึ่งมีสารซักฟอกเป็นส่วนผสมสำคัญ และถือกันว่าเป็นแชมพูจริง ๆ นั้น แรกผลิตขึ้นในประเทศเยอรมนีในช่วงศตวรรษที่ ๑๘๙๐-๑๘๙๙ และมีจำหน่ายในท้องตลาดหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ ค ศ ๑๙๑๔-๑๙๑๘ จอห์น เบรก เป็นผู้เปิดตลาดแชมพูในประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณปี ค ศ ๑๙๐๐ ขณะนั้นเบรกอายุ ๒๕ ปี เป็นหัวหน้าหน่วยอาสาสมัครดับเพลิงของ รัฐแมสซาชูเซ็ตส์ เขาประสบปัญหาผมร่วงร้ายแรง แม้ว่าแพทย์หลายคนที่เขาไปปรึกษายืนยันว่าไม่มีวิธีใดจะรักษาอาการศีรษะล้านได้ เบรกซึ่งเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีก็ไม่ยอมรับคำทำนายอาการโรคของแพทย์เหล่านั้น เขาพยายามพัฒนาตัวยาป้องกันผมร่วง ตัวยาปลูกผม รวมทั้งวิธีการนวดหนังศีรษะในลักษณะต่าง ๆ เพื่อต่อสู้กับอาการศีรษะล้านที่คุกคามเขาอยู่ ในปี ค ศ ๑๙๐๘ เบรกเปิดศูนย์บำบัดรักษาหนังศีรษะขึ้น ณ เมืองสปริงฟีลด์ ในไม่ช้าแชมพูสูตรพิเศษของเขาก็เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางตามร้านทำผมในเมืองนั้น เขาขยายกิจการออกไปยังเมืองอื่น ๆ ทั้งยังคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ในปี ค ศ ๑๙๓๐ เบรกแนะนำแชมพูสำหรับผมธรรมดาเข้าสู่ตลาดอีก ๓ ปีต่อมาเขาเสนอแชมพูสำหรับผมมันและผมแห้ง ธุรกิจดูแลเส้นผมของเขาประสบความสำเร็จ ขยายออกไปทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ทว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ตัวใดเลยที่สามารถหยุดยั้งอาการศีรษะล้านของเขาลงได้ แชมพู hybeauty.

ozee gluta mix การที่จะดูว่าใครมีสุขภาพดีหรือใส่ใจตัวเอง

ozee gluta mix การที่จะดูว่าใครมีสุขภาพดีหรือใส่ใจตัวเองมากแค่ไหน นอกจากจะดูที่ผิวหน้าต้องสดใสแล้วผิวกายก็ต้องสะอาด สดใสไร้คราบไคล ถึงจะดูสุขภาพดี หลายคนใส่ใจบำรุงแต่ผิวหน้า หาครีมหรือผลิตภัณฑ์สารพัดมาบำรุง แต่ละเลยที่จะดูแลผิวกาย ท้ายที่สุดต่อให้ผิวหน้าสดใสอย่างไรแต่ผิวกายหมองคล้ำภาพลักษณ์โดยรวมก็ติดลบอยู่ดี ในเมื่อเราใส่ใจดูแลผิวหน้าแล้วก็อย่าลืมใส่ใจและดูแลผิวกายให้เหมือนกับผิวหน้ากันด้วยการดูแลผิวกายนอกจากการอาบน้ำชำระคราบไคล หรือการใช้ครีมบำรุงแล้ว ผิวกายก็เช่นเดียวกับผิวหน้าที่มีเซลล์ผิวเก่าสะสมทำให้ผิวหมองคล้ำไม่สดใส วิธีการแก้ไขปัญหาผิวชนิดนี้ คือ การขัดผิวเพื่อขจัดเซลล์ผิวเก่าออกไป แล้วเราจะมีเซลล์ผิวใหม่ที่สดใสกว่าเดิม เพื่อเตรียมพร้อมรับการบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพจากครีมทาผิวต่อไปสูตรขัดผิวตามธรรมชาติการขัดผิว เราต่างก็หวังผลให้ผิวใส ไม่หมองคล้ำ เป็นการขัดเอาผิวหนังที่ตายแล้วออกไปเพื่อที่จะเผยผิวใหม่ที่ขาวสดใสกว่าเดิม แต่สูตรการขัดผิวก็มีหลายสูตร ควรเลือกให้เหมาะกับตัวเองมากที่สุด เรามาเลือกดูกันว่าสำหรับผิวเราแล้วเหมาะกับสูตรขัดผิวชนิดใด1.สูตรมะขามเปียก น้ำผึ้ง สูตรนี้มีสรรพคุณหลายด้านทั้งผิวหน้าและผิวกาย สำหรับผิวกายนั้นขั้นตอนการทำจะง่ายกว่าผิวหน้าเพียงนำเนื้อมะขามเปียกผสมน้ำผึ้งคนให้เข้ากันพอหนืด นำเนื้อมะขามผสมน้ำผึ้งไปพอกผิว ใช้ใยบวบชุบน้ำพอหมาดมาขัดถูผิวหลังการอาบน้ำ เน้นบริเวณที่มีรอยด้านดำ เช่น ข้อศอก ข้อเข่า ต้นคอ แล้วล้างออก ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตาย กระตุ้นการผลัดผิวใหม่ทำให้ผิวใสขึ้น ozee gluta mix.

ozee gluta mix

ozee gluta mix วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยมะขามเปียก และน้ำผึ้ง โอซี กลูต้า มิกซ์

มะขามมีสาร AHA (Alpha Hydroxy Acids) และ BHA (Beta Hydroxy acid) ซึ่งเป็นกรดผลไม้ตามธรรมชาติอย่างอ่อนที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออก รวมทั้งวิตามินซี (Vitamin C) ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen) จากชั้นหนังแท้ (Dermis) ทำให้ผิวขาวใส หากใครเป็นแผล หรือผื่นถลอกควรงดการทำสูตรนี้ ไปก่อน

2. สูตรมะเขือเทศ เพียงนำมะเขือเทศ 2 ผลใหญ่ มาปั่นไม่ต้องละเอียดมาก หรือหั่นเป็นแว่นๆ นำมาขัดผิวให้ทั่ว พอกทิ้งไว้10 นาที แล้วล้างออก มะเขือเทศมีสารช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำทำให้ผิวไม่แห้งตึงมากเกินไป สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวัน ozee gluta mix

วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยมะเขือเทศ
วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยมะเขือเทศ
ในมะเขือเทศมีสารไลโคปีน (Lycopene) ที่อยู่ในกลุ่มแคโรทีน (Carotene) เป็นสารช่วยป้องกันรังสียูวี (Ultraviolet) ที่เป็นตัวการทำลายคอลลาเจน (Collagen) ในผิวทำให้ผิวอ่อนล้าและขาดน้ำ ไลโคปีนจะช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและรักษาน้ำในผิวไว้ได้

3. การขัดผิวด้วยขมิ้น นับเป็นสูตรยอดนิยมที่ใช้กันมานาน วิธีการ คือ นำขมิ้นสดมาบดไม่ต้องละเอียดมาก นำไปขัดผิวให้ทั่ว หลังจากนั้นพอกผิวทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก สูตรนี้สามารถทำได้ 1-2 ครั้ง ต่อสัปดาห์

วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยขมิ้นชัน
วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยขมิ้นชัน
ขมิ้นชันมีสาร Curcumin หรือ Curcuminoid ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ช่วยฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้า กระตุ้นหลอดเลือดทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น จึงทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส ช่วยลดความหมองคล้ำของผิว

4. สูตรเกลือทะเล น้ำมันมะกอก นำน้ำมันมะกอก 30 ซีซี ผสมกับเกลือทะเล 1 กำมือ นำมาขัดผิวให้ทั่ว โดยเฉพาะบริเวณข้อศอก เข่า หลังจากนั้นพอกทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออก สามารถทำได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยเกลือทะเล และน้ำมันมะกอก
วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยเกลือทะเล และน้ำมันมะกอก
ในเกลือทะเลมีแร่ธาตุต่างๆ มากมาย กำจัดเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดทำให้ผิวเปล่งปลั่ง ทำให้รูขุมขนขยายซึ่งเหมาะกับการทาครีมบำรุง เพราะสารที่มีประโยชน์จากครีมบำรุง จะซึมสู่ผิวได้เร็วและมีประสิทธิภาพขึ้น

5. สูตรมะละกอ นำมะละกอสุกมาบดไม่ต้องละเอียดมาก หรือหั่นเป็นแว่น นำมาถูวนตามร่างกายโดยเฉพาะ ข้อศอก เข่า และพอกทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออก สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยมะละกอ
วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยมะละกอ
มะละกอมีเอนไซม์ชื่อ ปาเปน (Enzyme Papain) และไคโมปาเปน (Chymopapain) เอนไซม์ 2 ตัวนี้ออกฤทธิ์ช่วยย่อยโปรตีนจึงช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำออก เผยผิวใหม่ที่ขาวสดใสกว่า หากระหว่างที่ทำการขัดผิวรู้สึกคันให้อาบน้ำล้างมะละกออก และหยุดการใช้สูตรนี้ไป

6. สูตรว่านหางจระเข้ นับว่าเป็นพืชที่มีประโยชน์ทางด้านความงามหลายประเภททั้งต่อใบหน้า และผิวพรรณ วิธีการ คือ นำใบว่านหางจระเข้มาแช่น้ำ 10-15 นาที ให้ยางเหลืองออกก่อน นำไปปลอกเปลือกและล้างยางซ้ำอีกครั้งให้สะอาด นำวุ้นใสมาขัดผิวไปเรื่อยๆ แล้วพอกทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก สูตรนี้อ่อนโยนต่อผิวสามารถทำซ้ำได้ทุกวัน

วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยว่านหางจระเข้
วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้มีสารอะลอคตินเอ (Aloctin A) สารตัวนี้ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ จึงช่วยให้ผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งส่วนประกอบของว่านหางจระเข้ส่วนใหญ่ คือ น้ำ จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื่นและมีความยืดหยุ่นจึงลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

7. สูตรกากกาแฟขัดผิว ก็คือกากกาแฟสดที่เป็นของเหลือหลังบดกาแฟสดนั่นแหล่ะค่ะ วิธีการอาจนำกากกาแฟมาผสมน้ำผึ้ง หรืออาจใช้กากกาแฟแบบเพียวๆ นำมาขัดถูบริเวณผิวให้ทั่วตัว 15 นาที แล้วล้างออก สามารถทำสูตรนี้ได้ทุกวัน

วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยกากกาแฟ
วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยกากกาแฟ
กาแฟมีข้อดีกว่าเกลือทะเล คือ ไม่บาดผิว การขัดผิวด้วยกากกาแฟจึงอ่อนโยนกว่าเกลือทะเล สรรพคุณของกาแฟ คือ ช่วยขยายหลอดเลือดทำให้เลือดสูบฉีดดี ผิวพรรณจึงเปล่งปลั่ง สดใส อีกทั้งเมล็ดกาแฟที่คั่วแล้วนำมาบดจะกลายเป็นผงถ่าน ซึ่งมีสรรพคุณในการดูดสารพิษและสิ่งสกปรกต่างๆ เมื่อนำมาพอกผิวจะช่วยลดเซลลูไลต์ (Cellulite) หรือผิวมะกรูดได้อีกด้วย

8. สูตรนมสด นับว่าเป็นสูตรความงามอย่างหนึ่งของราชินีคลีโอพัตราที่ใช้เพื่อผิวสวยเปล่งปลั่ง วิธีการ คือ นำนมสดราดไปบริเวณผิวและใช้ใยบวบชุบน้ำหมาดๆ ขัดไปเรื่อยๆ ทั่วร่างกาย 10-15 นาที แล้วล้างออก สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวัน

วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยนมสด
วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยนมสด
ในนมวัวมีไขมันที่ช่วยเคลือบผิวไม่ให้สูญเสียน้ำง่าย และช่วยต้านรังสียูวี นอกจากนี้ยังมีสังกะสีสูง ซึ่งสังกะสีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ทำงานคู่กับวิตามินเอ (Vutamin A) ช่วยให้ผิวใส ลดความหมองคล้ำ

9. สูตรแอปเปิ้ล นมสด นำแอปเปิ้ลมาปั่นรวมกับนมสด ผสมไม่ให้เหลวไป ทำเท่าที่ใช้ นำมาขัดผิวให้ทั่ว พอกทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก ผิวจะนุ่ม สดใส

วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยแอปเปิ้ล และนมสด
วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยแอปเปิ้ล และนมสด
แอปเปิ้ลมีสารต้านอนุมูลอิสระ มีอิลาสติน (Elastin) และคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น มีน้ำมีนวล รวมทั้งมีกรดมาลิก (Malic acid) และทาร์ทาริก (Tartaric acid) ที่ช่วยย่อยโปรตีนจึงช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออกลดความหมองคล้ำ อีกทั้งกลิ่นแอปเปิ้ลยังมีสรรพคุณในเรื่องช่วยผ่อนคลายความเครียดและทำให้สดชื่น

10. สูตรมันฝรั่ง นำมันฝรั่งมาฝานเป็นชิ้นบางๆ มาขัดถูบริเวณผิวหนังและวางแปะบริเวณที่มีรอยดำมาก เช่น ข้อศอก เข่า ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวัน

วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยมันฝรั่ง
วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยมันฝรั่ง
มันฝรั่งมีวิตามินซีสูง จึงช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นผิวหนังแท้ คอลลาเจนจะช่วยให้ผิวใหม่ขาวใสขึ้น

11. น้ำตาลทรายแดงขัดผิว วิธีการ คือ นำน้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับนมสด ? ถ้วย นำมาขัดบนผิวที่เปียกด้วยใยบวบ ถูวน 15 นาที แล้วล้างออก สามารถทำได้สัปดาห์ละ 1 -2 ครั้ง สูตรนี้อาจเปลี่ยนจากนมสดเป็นน้ำผึ้ง หรือน้ำมะนาวก็ได้

วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยน้ำตาลทรายแดง และนมสด
วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยน้ำตาลทรายแดง และนมสด
หลายคนแปลกใจว่าน้ำตาลทรายแดงดีต่อผิวอย่างไรในเมื่อเป็นสารให้ความหวาน หากเรามองไปที่ต้นตอแล้วน้ำตาลทรายแดงมาจากธรรมชาติจึงมีกรดผลไม้จากธรรมชาติเป็นส่วนประกอบ ซึ่งกรดผลไม้นี้เองสามารถขัดผิวได้ลึกถึงรูขุนขน อีกทั้งมีวิตามินบี (Vitamin B) เป็นวิตามินที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการต้านทานรังสียูวี

12. สูตรข้าวโอ๊ต โดยใช้ข้าวโอ๊ตบดละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ นำมาขัดถูด้วยใยบวบเบาๆ บริเวณผิวที่เปียกน้ำและพอกผิวทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก สูตรข้าวโอ๊ตจะช่วยให้ผิวนุ่ม เพิ่มความยืดหยุ่น อาจผสมน้ำผึ้ง มะขาม หรือน้ำมะนาวลงไป ozee gluta mix เพราะช่วยสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวขาวใส ส่วนข้าวโอ๊ตอาจเปลี่ยนเป็นเมล็ดข้าว แต่ต้องบดให้ละเอียดป้องกันเมล็ดข้าวบาดผิว

วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยข้าวโอ๊ต
วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยข้าวโอ๊ต
ข้าวโอ๊ตบดมีเส้นใยไฟเบอร์ช่วยสครับผิวอย่างอ่อนโยน อีกทั้งวิตามินอีที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น อ่อนนุ่ม และช่วยเพิ่มความต้านทานรังสียูวี

13. สูตรดินสอพองขัดผิว วิธีการโดยการนำดินสอพองมาผสมกับน้ำผึ้ง มะขามหรือน้ำมะนาวมาขัดผิวให้ทั่วตัว เน้นบริเวณที่คล้ำ คือ ข้อศอก เข่า อาจใช้กากมะขามหรือเปลือกมะนาวถูไปมา พอกทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออก สามารถทำได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

วัตถุดิบของสูตรขัดผิวด้วยดินสอพอง

ดินสอพองเป็นแร่ธาตุช่วยปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่างให้ผิว ทำให้ผิวมีสภาพไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และยังช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น จึงลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

14. สูตรขัดผิวจากกากถั่วเหลือง สูตรนี้นำกากถั่วเหลืองที่เหลือจากการทำนมถั่วเหลืองมาผสมกับน้ำผึ้ง มะขาม หรือน้ำมะนาว นำมาขัดถูบริเวณผิวไปเรื่อยๆ 10-15 นาที แล้วล้างออก กากถั่วเหลืองเป็นสครับละเอียดจึงอ่อนโยนต่อผิวพรรณสามารถทำได้ทุกวัน ozee gluta mix.

kalow เคล็ดลับลดความอ้วนลดขนาดจานให้เล็กลง

kalow เคล็ดลับลดความอ้วนลดขนาดจานให้เล็กลง หากเราเป็นคนหนึ่งที่เคยชอบกินข้าวจานใหญ่ ๆ ให้ลองเปลี่ยนใช้จานที่มีขนาดเล็ก แล้วกินแบบเบิ้ล 3 จานแทน เฮ้ยยย…ไม่ใช่ล่ะ ! เพราะถ้าเรากินข้าวจานเล็ก ๆ ปริมาณข้าวก็จะน้อยลง เพราะขนาดของจานที่เล็กลงจะทำให้เรารู้สึกว่าเราได้กินข้าวไปมากพอแล้ว (เป็นหลักจิตวิทยาเล็ก ๆ น้อย ๆ) ซื้อของเข้าบ้าน ก่อนออกจากบ้านไปซื้อของทุกครั้ง เราควรจดรายการที่ต้องการจะซื้อหรือจำเป็นต้องซื้อลงในกระดาษ เพื่อให้เราแน่ใจว่าอาหารดังกล่าวนั้นไม่เป็นอุปสรรคต่อการควบคุมน้ำหนัก เมื่อมาถึงร้านแล้ว ไม่ว่าจะเจอของยั่วตายั่วใจแค่ไหนก็ให้ยั้งใจและซื้อของตามรายการที่จดมาเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเตือนสติของเราไม่ให้ซื้อของอ้วน ๆ มาใส่ในตู้เย็นได้ ฝึกให้กระเพาะเล็กลง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเราสามารถฝึกให้กระเพาะของเราเล็กลงได้ด้วยการกินอาหารให้น้อยและ “เป็นประจำ” แล้วกระเพาะของเราจะบีบตัวลงเพื่อให้พอดีกับปริมาณที่เคยเข้ามาเอง หากทำครบสัปดาห์ จากที่เคยกินข้าวเป็นกะละมัง ก็จะกลายเป็นจานเล็ก ๆ ได้โดยที่เราไม่ต้องฝืนใจอะไรเลยหมากฝรั่งปลอดน้ำตาล ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ปากว่าไม่ได้ ก็ให้พกหมากฝรั่งปลอดน้ำตาลเอาไว้ เวลาอยากกินนู่นนี่ ก็ให้แกะหมากฝรั่งมาเคี้ยวไปเรื่อย ๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดความอยากอาหารลงไปได้ในระดับหนึ่ง ห้ามเด็ดขาดกับยาลดความอ้วน ยาลดความอ้วนที่เราเห็นในปัจจุบัน มันไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้น้ำหนักลดได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่เป็นยาพิษที่ทำลายสุขภาพของเรามากกว่า เพราะยาเหล่านี้ส่วนใหญ่จะทำให้เราเบื่ออาหาร ร่างกายหมดเรี่ยวแรง นอกจากนั้นยังมีผลต่อจิตใจอีกด้วย อีกอย่างยาลดความอ้วนก็ยังเป็นยาที่มีผลเพียงระยะสั้น เพราะถ้าคุณเลิกกิน เราก็จะมีความอยากอาหารมากขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้ผู้ที่กินยานั้นจะกลับมาอ้วนยิ่งกว่าเดิม kalow.

kalow
kalow ดื่มชากาแฟอย่างไรไม่ให้อ้วน ความจริงแล้วตัวน้ำชาและกาแฟนั้นไม่มีอะไรที่ทำให้เราอ้วนได้เลย แต่สิ่งที่ทำให้เราอ้วนนั้นก็คือน้ำตาล ครีมเทียม หรือว่านมที่ใส่ลงไปต่างหาก ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ตัวเองอ้วนฉุเพราะเครื่องดื่มเหล่านี้ ก็ควรงดการใส่น้ำตาล ครีมเทียม และนมโดยด่วน แกลโล
เมื่อเครียดอย่ากิน หลายคนเมื่อเครียดมาก ๆ จะชอบกินของหวานเพื่อคลายความเครียด แม้จะเป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดอย่างได้ผลและเราก็ทำได้ก็ตาม แต่เราก็ต้องกินในปริมาณที่น้อย หรือถ้าจะให้ดีก็ไปหากิจกรรมอย่างอื่นที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดทำแทนจะดีกว่า เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ต อ่านหนังสือ นอนหลับพักผ่อน เป็นต้น kalow
รับมือกับวันนั้นของเดือน ในช่วงมีประจำเดือน หลายคนนอกจากจะหงุดหงิดแล้ว ยังมีอาการอยากกินนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด แต่เราสามารถรับมือกับความอยากนั้นได้ด้วยการเอาของที่ทำให้อ้วนออกจากตู้เย็นให้หมด ใส่ผลไม้ไว้เยอะ ๆ แทน เน้นกินผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อช่วยลดความอยาก พยายามควบคุมอารมณ์ จิตใจ และความอยาก หรือหาอะไรทำเพื่อให้ลืม ถ้าทนไม่ไหวจริง ๆ ก็ให้กินสักคำสองคำก็พอ
อย่าอดอาหาร การอดอาหารไม่ใช่ทางออกที่ดีของการลดความอ้วนในระยะยาว เพราะการอดอาหารมื้อหนึ่งจะทำให้ร่างกายสร้างระบบป้องกันขึ้นมา โดยกักเก็บไขมันเอาไว้ แล้วทำการเผาผลาญอาหารให้น้อยลง เมื่อเราหยุดอดอาหาร ร่างกายก็จะเผาผลาญอาหารได้น้อยและทำให้อ้วนได้ง่ายยิ่งขึ้น
อาหารเช้าห้ามอด ไม่ว่าเราจะลดน้ำหนักแบบเอาเป็นเอาตายแค่ไหน แต่อาหารเช้าก็ยังเป็นอาหารที่สำคัญที่สุด เพราะอาหารเช้าที่เรากินเข้าไปจะนำไปถูกแปรเป็นพลังงานให้เราตั้งแต่เริ่มวันใหม่ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญอาหารทั้งมื้อเช้าและมื้ออื่น ๆ
อาหารเช้าต้องมีประโยชน์ อาหารเช้าที่ทำให้เราหิวเร็วได้แก่ อาหารจำพวกแป้งอย่างขนมปัง ซึ่งมันจะทำให้เราหิวเพิ่มขึ้นในเวลาไม่นาน ดังนั้น อาหารเช้าที่ดีควรมีไขมันและโปรตีนเป็นส่วนประกอบ แต่ก็อย่ากินในปริมาณที่มากเกินไปล่ะ เชื่อเถอะว่าสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก กาแฟ 1 แก้วกับขนมปัง 1 แผ่น ยังไงก็ไม่เวิร์กเท่ากับอาหารเหล่านี้
งดอาหารระหว่างมื้อหรืออาหารว่าง เพราะนอกจากจะเป็นอาหารมื้อที่ไม่จำเป็นแล้ว ยังเป็นพลังงานส่วนเกินของร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เราจะกินอาหารเหล่านี้ก็เพียงเพราะความอยาก ถ้าเราอยากกินจริง ๆ ก็ให้กินพวกผักผลไม้แทนจะดีกว่า
งดอาหารยามค่ำคืน ในยามกลางคืน ไม่ว่าเราจะกินอะไรก็ตามก็ล้วนแต่ทำให้อ้วนได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวหรือขนม เพราะระบบการย่อยอาหารของเราจะทำงานได้ไม่เต็มที่ช่วงนี้ ดังนั้น หากหลัง 5 โมงเย็นไปแล้ว เราก็ไม่ควรจะกินอะไรอีกเลย ถ้าหากต้องการที่จะลดน้ำหนักจริง ๆ หรือแม้แต่ไม่ต้องการให้เพิ่มขึ้นก็ตาม
กินอาหารให้ครบห้าหมู่ สัดส่วนของอาหารที่ต้องการในแต่ละวัน คือ โปรตีน 20%, ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ 20%, ผักและผลไม้ต่าง ๆ 50% เมื่อเรากินอาหารเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทใดก็ตาม ร่างกายของเราจะทำการย่อยจนเป็นสารอาหารชนิดต่าง ๆ แล้วนำไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หรือเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน ดังนั้น อาหารที่กินเข้าไปจึงมีความสำคัญต่อร่างกาย ถ้าอดอาหารก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ ไม่สบาย ไม่มีพลังงาน และไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ แต่ถ้าหันมารับประทานอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เราก็ไม่อ้วนแล้วล่ะ
เวลาและปริมาณการกิน ในมื้อเช้าเราควรจะกินก่อนเวลา 8 โมงเช้า โดยควรเป็นอาหารที่ค่อนข้างให้พลังงานสูง อาจจะเป็นเนื้อสัตว์ ข้าวเล็กน้อย ผักผลไม้บ้าง ซึ่งมื้อเช้านี้เราควรกินแต่พออิ่ม ไม่ต้องเสียดายแม้ว่าอาหารจะเหลือก็ตาม ส่วนมื้อเที่ยงควรกินก่อนเที่ยงครึ่ง การกินมื้อนี้เรายังสามารถกินได้ตามแต่ที่เราอิ่มหรือมากกว่ามื้อเช้าเล็กน้อย แต่อย่าให้มากจนเกินไปนัก เพราะในช่วงบ่ายร่างกายก็ยังจำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานในการทำงานอยู่ ส่วนมื้อเย็นนั้นคุณควรกินก่อน 6 โมงเย็น หรือว่ายิ่งเร็วยิ่งดี หรืองดกินไปเลยแล้วไปกินผลไม้แทนก็ทำได้ ซึ่งมื้อเย็นนี้เราควรกินให้น้อยกว่ามื้ออื่น ๆ เพราะหลังจากนี้เราก็ไม่ค่อยได้ใช้พลังงานอะไรแล้ว อีกสักพักก็ต้องเข้านอน แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีเวลาทำงานไม่เหมือนคนอื่น อย่างเช่นทำงานกลางคืน คุณสามารถจัดเวลาการกินอาหารของในแต่ละมื้อได้โดยดูจากความเหมาะสมเป็นหลัก กะเวลาระหว่างมื้อให้พอดี เพื่อไม่ให้เราหิวโหยอาหารมากเกินไป แต่ที่สำคัญก็คือ “เราต้องกินอาหารให้ตรงช่วงเวลาที่เรากำหนดเอาไว้ทุกวัน“
งดอาหารทอดและไขมันจากสัตว์ ไขมันจากสัตว์เป็นไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งเป็นไขมันที่เราไม่ควรที่จะกินเข้าไปมากที่สุด และให้เปลี่ยนมาใช้ไขมันจากพืชแทน kalow เพราะจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า ส่วนอาหารทอดนั้นเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง หรือกินให้น้อยที่สุด เพราะถ้ากินในปริมาณมากเกินไปจะทำให้เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดและมีไขมันไปกระจุกตัวอยู่บริเวณต่าง ๆ
งดหนังสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังไก่ หนังเป็ด ชั้นไขมันของหมู ของวัว ขอแนะนำให้งดและเลิกไปเลยจะดีกว่า เพราะมันมีไขมันเยอะมาก ซึ่งจะทำให้เราอ้วนฉุได้แบบงง ๆ เลยล่ะ
งดอาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่มีรสเผ็ดจัด เค็มจัด หรือเปรี้ยวจัด เพราะอาหารที่มีรสจัดนอกจากจะไม่ดีต่อการทำงานของลำไส้แล้ว มันยังเป็นตัวกระตุ้นให้เราอยากอาหารมากขึ้นอีกด้วย
งดอาหารเค็มจัด การกินอาหารเค็มนั้นเป็นผลเสียต่อการที่เรากำลังลดความอ้วน เพราะอาหารรสเค็มจะทำให้เราอยากและเจริญอาหารมากยิ่งขึ้น
ห้ามกินของร้อน ของร้อนในที่นี้หมายถึงอาหารที่เรากินเข้าไปแล้วจะทำให้ร่างกายของเราร้อน อย่างเนื้อสัตว์ ไขมัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ เพราะร่างกายจะไม่เผาผลาญพลังงานเมื่อเราเพิ่มความร้อนให้กับร่างกาย
ลดคาร์โบไฮเดรต นอกจากเหตุผลที่ว่าคาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่เปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลได้แล้ว การลดคาร์โบไฮเดรตยังช่วยในเรื่องของการเผาผลาญไขมันในร่างกายอีกด้วย หากเรากินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งให้น้อยลง ร่างกายจะไปเผาผลาญไขมันที่เรากินเข้าไป หากเรากินไขมันเข้าไปน้อย ร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันที่เราสะสมเอาไว้ จึงทำให้ไขมันที่มีอยู่ในร่างกายของเราหดหายไป
กินผักผลไม้แทนอาหารมื้อเย็น อย่างที่รู้ ๆ กันว่า อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด แต่ก็กลายเป็นมื้อที่คนละเลยกันมากที่สุด ในทางกลับกันอาหารเย็นควรจะเป็นมื้อที่ละเลย แต่เป็นมื้อที่คนใส่ใจกันมากที่สุด 55555+ คิดผิดคิดใหม่ซะนะ ตอนเย็นถ้างดได้ก็งดเลย ถ้าหิวก็กินผลไม้ต่าง ๆ เข้าไปแทน kalow.

i pnk วิธีเสริมสามารถช่วยให้สุขภาพของผู้หญิง?

i pnk วิธีเสริมสามารถช่วยให้สุขภาพของผู้หญิง? ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงที่สามารถแก้ไขปัญหาที่มากกว่าปกติทำให้เสียใจสุขภาพของผู้หญิงคนหนึ่ง พวกเขาอย่างมากสามารถปรับปรุงสุขภาพในหลายวิธีที่ในที่สุดจะส่งผลให้อายุที่ยืนยาวขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สามารถเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้หญิงคนหนึ่งและถ้าใช้อย่างถูกต้องจะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้หญิงคนหนึ่ง นี่คือบางส่วนของผลประโยชน์ที่น่าอัศจรรย์ว่าอาหารเสริมที่ดีสำหรับผู้หญิงที่สามารถให้บริการ: เสริมสร้างกระดูกและฟัน สนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน สนับสนุนสุขภาพระบบทางเดินอาหาร ส่งเสริมการย่อยอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ส่งเสริมสุขภาพผิวที่ดี ลดความเหนื่อยล้า ป้องกันการขาดธาตุเหล็ก ลดการปวดประจำเดือน ลดอาการปวดหัวไมเกรน ลดความเครียด ปรับปรุงการทำงานขององค์ความรู้ เพิ่มความตระหนัก ปรับปรุงสุขภาพโดยรวม ที่คุณสามารถดูผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้หญิงที่แข็งแกร่งสามารถให้บริการที่หลากหลายของประโยชน์ต่อสุขภาพ ในความเป็นจริงอาหารเสริมเหล่านี้สามารถให้ประโยชน์มากยิ่งขึ้นกว่าที่ระบุไว้ เฉพาะคุณประโยชน์ประสบการณ์ขึ้นอยู่กับสุขภาพของคุณและความต้องการของคุณ แต่พอจะพูดได้ว่าอยู่ในรายชื่อดังต่อไปนี้คุณจะมีปัญหาในการหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคุณไม่! i pnk.

i pnk

i pnk ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงนอกจากนี้ยังสามารถนำมาใช้เป็นประเภทของการประกันสุขภาพที่เป็นธรรมชาติ การเสริมช่วยให้ร่างกายของคุณอยู่ในสภาพดีและสามารถป้องกันปัญหาสุขภาพมากมาย เสริมทุกวันแน่นอนสามารถช่วยให้แพทย์ออกไป i pink

10 ส่วนใหญ่อาหารเสริมสำคัญสำหรับผู้หญิงที่จะใช้ ไอพิ้ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงต่อการใช้ i pnk

ผู้หญิงสามารถได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะกับความต้องการของพวกเขา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่แตกต่างกันมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันสำหรับผู้หญิงเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของพวกเขาเป็นสิ่งสำคัญ ตอนนี้คุณเข้าใจความต้องการสุขภาพที่ผู้หญิงมีนี่คือรายการของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยอดนิยมสำหรับผู้หญิง!

1 วิตามิน
วิตามินอะไรคืออะไร?

วิตามิน เป็นชุดที่กะทัดรัดของวิตามินที่จำเป็นที่แตกต่างกันและแร่ธาตุ พวกเขาสามารถถ่ายทุกวันเพื่อป้องกันการขาดวิตามินและโรคและความผิดปกติที่เกี่ยวข้อง พวกเขายังสามารถใช้ในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในการป้องกันหรือช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับความเจ็บป่วย วิตามินมากที่สุด ได้แก่ วิตามินบีวิตามินซีวิตามินอีวิตามินเคโพแทสเซียมไอโอดีน borate, ซีลีเนียม, สังกะสี, แคลเซียมแมกนีเซียมแมงกานีสโมลิบดีนัมเบต้าแคโรทีนและเหล็ก

วิธีวิตามินช่วยให้ผู้หญิง

วิตามินให้แน่ใจว่าร่างกายของคุณจะบรรลุวิตามินและแร่ธาตุที่ควรจะให้ผ่านทางอาหารของคุณและบางส่วนของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิง พวกเขาสามารถช่วยในการรักษาโรคเรื้อรังและยังลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ความหลากหลายของสารอาหารที่พวกเขาให้ทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อสนับสนุนทั้งหมดของการทำงานของร่างกายและกระบวนการ วิตามินบางส่วนมีการปรับแต่งเป็นพิเศษสำหรับผู้หญิงและให้พวกเขาด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของสตรี ประโยชน์ของวิตามินรวมถึง:

ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่
ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งเต้านม
ช่วยลดความเสี่ยงของโรคที่พบบ่อย
ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันสุขภาพ
รองรับสุขภาพทางเดินอาหาร
รองรับความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
สนับสนุนสุขภาพของระบบภูมิคุ้มกัน
รองรับสุขภาพทางเดินอาหาร
การวิตามินเพื่อให้แน่ใจว่าผู้หญิงจะใช้ทั้งหมดของวิตามินและแร่ธาตุที่เธอต้องการในชีวิตประจำวัน บ่อยกว่าไม่อาหารของผู้หญิงคนหนึ่งจะไม่ให้ทุกธาตุเดียวที่เธอต้องการค่าโภชนาการประจำวันของเธอ วิตามินที่มีมาตรการป้องกันที่จะช่วยตรวจสอบให้แน่ใจว่าเธอบริโภคปริมาณสารอาหารที่เหมาะสมทุกวัน

วิธีการใช้วิตามิน

วิตามินไม่ควรนำมาด้วยอาหารเสริมแคลเซียมหรือผลิตภัณฑ์เช่นนมที่มีแคลเซียมสูงเนื่องจากปริมาณแคลเซียมสูงสามารถลดความสามารถของร่างกายในการดูดซึมวิตามิน โดยปกติจะมีอยู่แล้วในบางแคลเซียมวิตามินเพื่อเสริมแคลเซียมและวิตามินในเวลาเดียวกันมักจะไม่จำเป็น พวกเขาควรจะได้รับในปริมาณที่แนะนำเพื่อหลีกเลี่ยงการเกินขนาดวิตามินและสามารถนำมากับอาหารหรือไม่มีเวลาของวันใด

วิตามินผลข้างเคียง

คนส่วนใหญ่จะใช้วิตามินทุกวันและพบผลข้างเคียงไม่มี กับที่ถูกกล่าวบางส่วนผลข้างเคียงที่พบบ่อยของวิตามินอาการท้องร่วงรุนแรงคลื่นไส้และปวดท้อง ผลข้างเคียงที่รุนแรงมากขึ้นจะเป็นไปได้ แต่ไม่ธรรมดา

Top 10 วิตามินสำหรับผู้หญิง

2 Flaxseed
Flaxseed คืออะไร?

flaxseedนอกจากนี้ยังเรียกว่าลินซีดได้รับการปลูกฝังในบาบิโลนเป็นช่วงต้น 3000 BC มันถูกใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารในวันนี้เช่นแครกเกอร์ข้าวโอ๊ตและวาฟเฟิล Flaxseed เป็นอาหารไก่แม้กระทั่งในการสั่งซื้อเพื่อเพิ่มปริมาณของกรดไขมันโอเมก้า 3 i pnk สุขภาพในไข่ของพวกเขา เมล็ดเหล่านี้เติบโตเป็นโรงงานผ้าลินินซึ่งมีการปลูกเหมือนเมล็ดและใช้สำหรับการทำผ้าปูที่นอนผ้า น้ำมัน flaxseed สามารถสกัดเป็นอาหารเสริมและใช้เป็นเสร็จสิ้นสำหรับไม้ มันอยู่ในระดับสูง lignans, โอเมก้า 3 และเส้นใย

วิธี Flaxseed จะช่วยให้ผู้หญิง

Flaxseed เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยอดนิยมสำหรับผู้หญิง พวกเขาเป็นอาหารเสริมชั้นนำของผู้หญิงเพราะพวกเขามีความสูงในกรดไขมันโอเมก้า 3, lignans (ซึ่งมีโรงงานสโตรเจน based) สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพและเส้นใย การศึกษาชี้ให้เห็นว่า flaxseed มีผลป้องกันโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ใหญ่ซึ่งมากกว่าปกติกดขี่ข่มเหงผู้หญิง นอกจากนี้ยังเป็นที่ดีสำหรับระบบหัวใจและหลอดเลือดและความดันโลหิตสามารถลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มันอาจช่วยให้ผู้ที่มีโรคเบาหวานโดยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด Flaxseed สามารถลดการอักเสบโดยการปิดกั้นการเปิดตัวของตัวแทนการอักเสบบางอย่างในร่างกาย จากการศึกษาใน 2007 ยังพบว่า flaxseed สามารถช่วยรักษาอาการร้อนวูบวาบในสตรีวัยหมดประจำเดือนลดความรุนแรงและความถี่ของพวกเขา Flaxseed จะช่วยให้มี:

แผลอักเสบ
ร้อนวูบวาบ
สนับสนุนสุขภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือด
โรคเบาหวาน
โรคมะเร็งการป้องกัน
สนับสนุนสุขภาพสมอง
การรักษาโรคไต
สนับสนุนสุขภาพตา
ควบคุมคอเลสเตอรอล
ต่อสู้ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า
วิธีการใช้ Flaxseed

Flaxseed สามารถนำมาในรูปแบบดิบของรูปแบบผงหรือในรูปแบบน้ำมัน ในรูปแบบแคปซูลอาหารเสริมตัวนี้มีความสะดวกมากที่จะใช้ เพิ่ม flaxseed อาหารเป็นอีกวิธีที่ดีที่จะใช้อาหารเสริม Flaxseed ทำให้ยังดีที่ข้าวโอ๊ตธัญพืชโยเกิร์ต applesauce หรือขนมอบ ผง flaxseed และน้ำมัน flaxseed เป็นภาพที่ดีที่จะสมูทตี้

Flaxseed ผลข้างเคียง

แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ บางส่วนผลข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ การเคลื่อนไหวของลำไส้เพิ่มขึ้นก๊าซท้องอืดปวดท้องท้องผูกและท้องเสีย i pnk.

cherchom x-tra เคล็ดลับลดความอ้วนลดขนาดจานให้เล็กลง

cherchom x-tra เคล็ดลับลดความอ้วนลดขนาดจานให้เล็กลง หากเราเป็นคนหนึ่งที่เคยชอบกินข้าวจานใหญ่ ๆ ให้ลองเปลี่ยนใช้จานที่มีขนาดเล็ก แล้วกินแบบเบิ้ล 3 จานแทน เฮ้ยยย…ไม่ใช่ล่ะ ! เพราะถ้าเรากินข้าวจานเล็ก ๆ ปริมาณข้าวก็จะน้อยลง เพราะขนาดของจานที่เล็กลงจะทำให้เรารู้สึกว่าเราได้กินข้าวไปมากพอแล้ว (เป็นหลักจิตวิทยาเล็ก ๆ น้อย ๆ) ซื้อของเข้าบ้าน ก่อนออกจากบ้านไปซื้อของทุกครั้ง เราควรจดรายการที่ต้องการจะซื้อหรือจำเป็นต้องซื้อลงในกระดาษ เพื่อให้เราแน่ใจว่าอาหารดังกล่าวนั้นไม่เป็นอุปสรรคต่อการควบคุมน้ำหนัก เมื่อมาถึงร้านแล้ว ไม่ว่าจะเจอของยั่วตายั่วใจแค่ไหนก็ให้ยั้งใจและซื้อของตามรายการที่จดมาเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเตือนสติของเราไม่ให้ซื้อของอ้วน ๆ มาใส่ในตู้เย็นได้ ฝึกให้กระเพาะเล็กลง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเราสามารถฝึกให้กระเพาะของเราเล็กลงได้ด้วยการกินอาหารให้น้อยและ “เป็นประจำ” แล้วกระเพาะของเราจะบีบตัวลงเพื่อให้พอดีกับปริมาณที่เคยเข้ามาเอง หากทำครบสัปดาห์ จากที่เคยกินข้าวเป็นกะละมัง ก็จะกลายเป็นจานเล็ก ๆ ได้โดยที่เราไม่ต้องฝืนใจอะไรเลย หมากฝรั่งปลอดน้ำตาล ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ปากว่าไม่ได้ ก็ให้พกหมากฝรั่งปลอดน้ำตาลเอาไว้ เวลาอยากกินนู่นนี่ ก็ให้แกะหมากฝรั่งมาเคี้ยวไปเรื่อย ๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดความอยากอาหารลงไปได้ในระดับหนึ่ง ห้ามเด็ดขาดกับยาลดความอ้วน ยาลดความอ้วนที่เราเห็นในปัจจุบัน มันไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้น้ำหนักลดได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่เป็นยาพิษที่ทำลายสุขภาพของเรามากกว่า เพราะยาเหล่านี้ส่วนใหญ่จะทำให้เราเบื่ออาหาร ร่างกายหมดเรี่ยวแรง นอกจากนั้นยังมีผลต่อจิตใจอีกด้วย อีกอย่างยาลดความอ้วนก็ยังเป็นยาที่มีผลเพียงระยะสั้น เพราะถ้าคุณเลิกกิน เราก็จะมีความอยากอาหารมากขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้ผู้ที่กินยานั้นจะกลับมาอ้วนยิ่งกว่าเดิม cherchom x-tra.

cherchom x-tra
cherchom x-tra ดื่มชากาแฟอย่างไรไม่ให้อ้วน ความจริงแล้วตัวน้ำชาและกาแฟนั้นไม่มีอะไรที่ทำให้เราอ้วนได้เลย แต่สิ่งที่ทำให้เราอ้วนนั้นก็คือน้ำตาล ครีมเทียม หรือว่านมที่ใส่ลงไปต่างหาก ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ตัวเองอ้วนฉุเพราะเครื่องดื่มเหล่านี้ ก็ควรงดการใส่น้ำตาล ครีมเทียม และนมโดยด่วน เชอชม x tra
เมื่อเครียดอย่ากิน หลายคนเมื่อเครียดมาก ๆ จะชอบกินของหวานเพื่อคลายความเครียด แม้จะเป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดอย่างได้ผลและเราก็ทำได้ก็ตาม แต่เราก็ต้องกินในปริมาณที่น้อย หรือถ้าจะให้ดีก็ไปหากิจกรรมอย่างอื่นที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดทำแทนจะดีกว่า เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ต อ่านหนังสือ นอนหลับพักผ่อน เป็นต้น cherchom x-tra
รับมือกับวันนั้นของเดือน ในช่วงมีประจำเดือน หลายคนนอกจากจะหงุดหงิดแล้ว ยังมีอาการอยากกินนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด แต่เราสามารถรับมือกับความอยากนั้นได้ด้วยการเอาของที่ทำให้อ้วนออกจากตู้เย็นให้หมด ใส่ผลไม้ไว้เยอะ ๆ แทน เน้นกินผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อช่วยลดความอยาก พยายามควบคุมอารมณ์ จิตใจ และความอยาก หรือหาอะไรทำเพื่อให้ลืม ถ้าทนไม่ไหวจริง ๆ ก็ให้กินสักคำสองคำก็พอ
อย่าอดอาหาร การอดอาหารไม่ใช่ทางออกที่ดีของการลดความอ้วนในระยะยาว เพราะการอดอาหารมื้อหนึ่งจะทำให้ร่างกายสร้างระบบป้องกันขึ้นมา โดยกักเก็บไขมันเอาไว้ แล้วทำการเผาผลาญอาหารให้น้อยลง เมื่อเราหยุดอดอาหาร ร่างกายก็จะเผาผลาญอาหารได้น้อยและทำให้อ้วนได้ง่ายยิ่งขึ้น
อาหารเช้าห้ามอด ไม่ว่าเราจะลดน้ำหนักแบบเอาเป็นเอาตายแค่ไหน แต่อาหารเช้าก็ยังเป็นอาหารที่สำคัญที่สุด เพราะอาหารเช้าที่เรากินเข้าไปจะนำไปถูกแปรเป็นพลังงานให้เราตั้งแต่เริ่มวันใหม่ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญอาหารทั้งมื้อเช้าและมื้ออื่น ๆ
อาหารเช้าต้องมีประโยชน์ อาหารเช้าที่ทำให้เราหิวเร็วได้แก่ อาหารจำพวกแป้งอย่างขนมปัง ซึ่งมันจะทำให้เราหิวเพิ่มขึ้นในเวลาไม่นาน ดังนั้น อาหารเช้าที่ดีควรมีไขมันและโปรตีนเป็นส่วนประกอบ แต่ก็อย่ากินในปริมาณที่มากเกินไปล่ะ เชื่อเถอะว่าสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก กาแฟ 1 แก้วกับขนมปัง 1 แผ่น ยังไงก็ไม่เวิร์กเท่ากับอาหารเหล่านี้
งดอาหารระหว่างมื้อหรืออาหารว่าง เพราะนอกจากจะเป็นอาหารมื้อที่ไม่จำเป็นแล้ว ยังเป็นพลังงานส่วนเกินของร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เราจะกินอาหารเหล่านี้ก็เพียงเพราะความอยาก ถ้าเราอยากกินจริง ๆ ก็ให้กินพวกผักผลไม้แทนจะดีกว่า
งดอาหารยามค่ำคืน ในยามกลางคืน ไม่ว่าเราจะกินอะไรก็ตามก็ล้วนแต่ทำให้อ้วนได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวหรือขนม เพราะระบบการย่อยอาหารของเราจะทำงานได้ไม่เต็มที่ช่วงนี้ ดังนั้น หากหลัง 5 โมงเย็นไปแล้ว เราก็ไม่ควรจะกินอะไรอีกเลย ถ้าหากต้องการที่จะลดน้ำหนักจริง ๆ หรือแม้แต่ไม่ต้องการให้เพิ่มขึ้นก็ตาม
กินอาหารให้ครบห้าหมู่ สัดส่วนของอาหารที่ต้องการในแต่ละวัน คือ โปรตีน 20%, ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ 20%, ผักและผลไม้ต่าง ๆ 50% เมื่อเรากินอาหารเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทใดก็ตาม ร่างกายของเราจะทำการย่อยจนเป็นสารอาหารชนิดต่าง ๆ แล้วนำไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หรือเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน ดังนั้น อาหารที่กินเข้าไปจึงมีความสำคัญต่อร่างกาย ถ้าอดอาหารก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ ไม่สบาย ไม่มีพลังงาน และไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ แต่ถ้าหันมารับประทานอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เราก็ไม่อ้วนแล้วล่ะ
เวลาและปริมาณการกิน ในมื้อเช้าเราควรจะกินก่อนเวลา 8 โมงเช้า โดยควรเป็นอาหารที่ค่อนข้างให้พลังงานสูง อาจจะเป็นเนื้อสัตว์ ข้าวเล็กน้อย ผักผลไม้บ้าง ซึ่งมื้อเช้านี้เราควรกินแต่พออิ่ม ไม่ต้องเสียดายแม้ว่าอาหารจะเหลือก็ตาม cherchom x-tra ส่วนมื้อเที่ยงควรกินก่อนเที่ยงครึ่ง การกินมื้อนี้เรายังสามารถกินได้ตามแต่ที่เราอิ่มหรือมากกว่ามื้อเช้าเล็กน้อย แต่อย่าให้มากจนเกินไปนัก เพราะในช่วงบ่ายร่างกายก็ยังจำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานในการทำงานอยู่ ส่วนมื้อเย็นนั้นคุณควรกินก่อน 6 โมงเย็น หรือว่ายิ่งเร็วยิ่งดี หรืองดกินไปเลยแล้วไปกินผลไม้แทนก็ทำได้ ซึ่งมื้อเย็นนี้เราควรกินให้น้อยกว่ามื้ออื่น ๆ เพราะหลังจากนี้เราก็ไม่ค่อยได้ใช้พลังงานอะไรแล้ว อีกสักพักก็ต้องเข้านอน แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีเวลาทำงานไม่เหมือนคนอื่น อย่างเช่นทำงานกลางคืน คุณสามารถจัดเวลาการกินอาหารของในแต่ละมื้อได้โดยดูจากความเหมาะสมเป็นหลัก กะเวลาระหว่างมื้อให้พอดี เพื่อไม่ให้เราหิวโหยอาหารมากเกินไป แต่ที่สำคัญก็คือ “เราต้องกินอาหารให้ตรงช่วงเวลาที่เรากำหนดเอาไว้ทุกวัน“
งดอาหารทอดและไขมันจากสัตว์ ไขมันจากสัตว์เป็นไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งเป็นไขมันที่เราไม่ควรที่จะกินเข้าไปมากที่สุด และให้เปลี่ยนมาใช้ไขมันจากพืชแทน เพราะจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า ส่วนอาหารทอดนั้นเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง หรือกินให้น้อยที่สุด เพราะถ้ากินในปริมาณมากเกินไปจะทำให้เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดและมีไขมันไปกระจุกตัวอยู่บริเวณต่าง ๆ
งดหนังสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังไก่ หนังเป็ด ชั้นไขมันของหมู ของวัว ขอแนะนำให้งดและเลิกไปเลยจะดีกว่า เพราะมันมีไขมันเยอะมาก ซึ่งจะทำให้เราอ้วนฉุได้แบบงง ๆ เลยล่ะ
งดอาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่มีรสเผ็ดจัด เค็มจัด หรือเปรี้ยวจัด เพราะอาหารที่มีรสจัดนอกจากจะไม่ดีต่อการทำงานของลำไส้แล้ว มันยังเป็นตัวกระตุ้นให้เราอยากอาหารมากขึ้นอีกด้วย
งดอาหารเค็มจัด การกินอาหารเค็มนั้นเป็นผลเสียต่อการที่เรากำลังลดความอ้วน เพราะอาหารรสเค็มจะทำให้เราอยากและเจริญอาหารมากยิ่งขึ้น
ห้ามกินของร้อน ของร้อนในที่นี้หมายถึงอาหารที่เรากินเข้าไปแล้วจะทำให้ร่างกายของเราร้อน อย่างเนื้อสัตว์ ไขมัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ เพราะร่างกายจะไม่เผาผลาญพลังงานเมื่อเราเพิ่มความร้อนให้กับร่างกาย
ลดคาร์โบไฮเดรต นอกจากเหตุผลที่ว่าคาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่เปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลได้แล้ว การลดคาร์โบไฮเดรตยังช่วยในเรื่องของการเผาผลาญไขมันในร่างกายอีกด้วย หากเรากินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งให้น้อยลง ร่างกายจะไปเผาผลาญไขมันที่เรากินเข้าไป หากเรากินไขมันเข้าไปน้อย ร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันที่เราสะสมเอาไว้ จึงทำให้ไขมันที่มีอยู่ในร่างกายของเราหดหายไป
กินผักผลไม้แทนอาหารมื้อเย็น อย่างที่รู้ ๆ กันว่า อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด แต่ก็กลายเป็นมื้อที่คนละเลยกันมากที่สุด ในทางกลับกันอาหารเย็นควรจะเป็นมื้อที่ละเลย แต่เป็นมื้อที่คนใส่ใจกันมากที่สุด 55555+ คิดผิดคิดใหม่ซะนะ ตอนเย็นถ้างดได้ก็งดเลย ถ้าหิวก็กินผลไม้ต่าง ๆ เข้าไปแทน cherchom x-tra.

เพียวไวท์ คอลลาเจน ปัจจุบันมีการค้นพบคอลลาเจนมากกว่า 25 ชนิด

เพียวไวท์ คอลลาเจน ปัจจุบันมีการค้นพบคอลลาเจนมากกว่า 25 ชนิด โดยแตกต่างกันที่รหัสของยีน ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีมากน้อยแตกต่างกันไปตามแต่ชนิดของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ ในกลุ่มของนักกีฬาที่ข้อต่อมักได้รับการกระทบกระแทกรุนแรง หรือผู้สูงอายุที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน ข้อต่อที่รับน้ำหนัก เช่นข้อเข่าและสะโพก จะเกิดการเสื่อมของคอลลาเจนไทพ์ทู ที่บริเวณผิวข้อ ทำให้เกิดอาการปวดอักเสบของข้ออยู่ตลอดเวลา นั่นคือเกิดปัญหาข้อเข่าเสื่อมแล้วนั่นเอง จากสถิติพบว่าประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ประมาณร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด แสดงว่ามีประชากรกว่า เกือบ 7 ล้านคนที่มีแนวโน้มการเป็นโรคข้อเสื่อม คนที่อายุน้อยๆอาจจะยังไม่กังวลกับอาการ“ข้อเข่าเสื่อม” แต่คนที่อายุเลยวัยกลาง คนขึ้นไปแล้ว จะรู้จักกับมันเป็นอย่างดี หลายคนคงเคยมีอาการ อาการเจ็บเสียวที่ข้อเข่าเวลาขึ้น-ลงบันได ข้อจะยึดหรือข้อติดเวลานั่นนานๆ คนที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับข้อเข่าเสื่อม ก็อาจละเลย การป้องกันและการรักษา แต่ถ้าคนไหนที่เคยมีประสบการณ์กับมันแล้ว ก็จะทราบได้ว่า โรคข้อเข่าเสื่อม นั้นทรมานแค่ไหน อาการของข้อเข่าเสื่อม เกิดจากการที่กระดูกอ่อนที่หุ้มด้านในผิวสัมผัสระหว่างกระดูก เกิดการสึกกร่อน เนื่องจากต้องแบกรับน้ำหนักของเรามานานนับสิบๆปี เมื่อสึกมากๆ ช่องว่างระหว่างข้อก็จะแคบ ผิวข้อจะไม่เรียบขรุขระ ทำให้ส่วนปลายของกระดูกทั้งช่วงบนและช่วงล่างมาสัมผัสเสียดสีกันมากขึ้น เพียวไวท์ คอลลาเจน.

เพียวไวท์ คอลลาเจน
เพียวไวท์ คอลลาเจน ทำให้เกิดอาการ ระยะแรกจะมีอาการติดขัด เวลาขยับ มีเสียงกรอบแกรบในข้อ และอาการติดขัดนี้จะมากขึ้นเรื่อยๆ ตามวัย และอาการปวดก็จะตามมา จากปวดน้อยๆก็กลายมาเป็นปวดมาก และเมื่อเป็นมากๆ คอลลาเจนฝนฝน
ข้อส่วนด้านในจะสึกมากกว่าด้านนอก ทำให้กระดูกขาโก่ง การรักษาในระยะแรกอาจใช้ยาทานแก้ปวด ซึ่งถ้าทานนานๆอาจมีผลกัดกระเพาะ และมีปัญหา เกี่ยวกับไตได้ ในรายที่เป็นมาก แพทย์จะช่วยให้ข้อลดการเสียดสี เพื่อบรรเทาอาการ โดยการฉีดน้ำข้อเทียม แต่จะอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ก็จะเกิดอาการใหม่ และน้ำข้อเทียมนั้นก็ราคาค่อนข้างสูงและในที่สุดแล้วก็จะต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อใหม่ pure white collagen
สำหรับรายที่เริ่มมีอาการปวด แต่ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อยู่ หนทางหนึ่งที่อาจเป็นวิธีที่ช่วยป้องกันและรักษาภาวะโรคข้อเสื่อมได้คือ ออกกำลังกายที่เหมาะสมตามวัยและน้ำหนักตัว พยายามเลี่ยงอิริยาบถที่ต้องงอเข่ามากๆ และเลือกรับประทานอาหารที่ให้คอลลาเจนเข้าไปเสริม อย่างที่บอกไว้แล้วว่า กระดูกอ่อนบริเวณข้อมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ เพียวไวท์ คอลลาเจน

คอลลาเจนไทพ์ทู ( Collagen Type II ) ซึ่งถ้าเราสามารถให้แหล่งอาหารที่เข้าไปเสริมสร้างคอลลาเจนชนิดนี้ หรือเสริมสร้างกระดูกอ่อน ก็จะช่วยให้อาการของข้อเสื่อมดีขึ้น และยังสามารถป้องกันการเสื่อมของข้อได้อีกด้วย จากการศึกษาพบว่า คอลลาเจนไทพ์ทู ชนิดที่เป็นคอลลาเจนที่ยังคงโครงสร้างที่สมบูรณ์ (Undenatured Collagen Type II) สามารถช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของส่วนประกอบที่อยู่ในข้อ โดยกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์เซลล์ใหม่เพิ่มขึ้นได้ ช่วยลดอาการปวดอักเสบของข้อ ทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายดีขึ้น นอกจากนี้คอลลาเจนไทพ์ทู ที่นำมาทำให้โมเลกุลเล็กลงด้วยกรรมวิธี hydrolysis ได้ ไฮโดรไลซ์คอลลาเจนไทพ์ทู (Hydrolyzed Collagen Type II) ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่โมเลกุลเล็กสามารถถูกดูดซึมได้ง่าย จากการวิจัยพบว่า จะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้น และช่วยเพิ่มระดับของ กรดไฮยาลูโรนิค ซึ่งเป็นส่วนประกอบของน้ำหล่อเลี้ยงในข้อ ทำให้ป้องกันหรือชะลอการเกิดข้อเสื่อมได้ และนี่ก็เป็นอีกบทบาทหนึ่งของอาหารเสริม

การที่คนเราจะดูหนุ่มสาว นอกจากสิ่งที่แสดงให้เห็นภายนอกซึ่งก็คือผิวพรรณแล้ว สิ่งที่อยู่ภายใน คือความหนุ่มสาวของอวัยวะต่างๆภายใน ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่บ่งชี้ให้เห็นความอ่อนเยาว์ ถึงแม้ผิวหน้าจะไม่มีริ้วรอย แต่สุขภาพภายในกลับแย่ ก็ยังคงไม่ใช่ความอ่อนเยาว์อย่างแท้จริง ดังนั้นการบำรุง ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายโดยรวมก็มีส่วนสำคัญ ที่ทำให้เราดูหนุ่มสาวกว่าวัยอยู่เสมอครับ

รอยตีนกาที่กลัวเกรงกันนั้น สาเหตุมิใช่ผิวหนังหมดอายุหย่อนยานแต่เกิดเพราะเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ประกอบกันเป็นผิวหนังอ่อนแอขาดความยืดหยุ่นเหมือนยางเก่าๆ ที่ดึงแล้วไม่เด้งกลับ สารสำคัญในเนื้อเยื่อที่ทำให้เด้งนี้คือ คอลลาเจน

ทำให้มักเข้าใจผิดว่า ผิวกลับจะเต่งตึงดังเดิมได้ หากเติมคอลลาเจนเข้าไป คอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง มีอยู่ทั่วไปในร่างกายมนุษย์และสัตว์ ถ้านำโปรตีนในร่างกายมาจำแนก จะพบว่าเป็นคอลลาเจนถึง 24% พบคอลลาเจนในกล้ามเนื้อและผิวหนัง คอลลาเจนในผิวหนังช่วยให้ผิวเต่งตึง ลองคิดถึงหมอนซื้อใหม่ นุ่นยังไม่ยุบ หมอนจึงเต่งตึงหนับหนุบ ครั้งนานวันนุ่นยุบ หมอนก็ฟุบแบนแต๊ดแต๋เป็นกล้วยปิ้ง

ผิวคนเราเช่นกันมีคอลลาเจนเป็นเช่นนุ่นยัดหมอน ช่วยค้ำจุนผิวให้บวมเป่งเด้งดึ๋งดั๋ง พอแก่ตัวลงร่างกายสร้างคอลลาเจนได้ไม่ดังใจ ของเก่าหายไปของใหม่ไม่มาแทนเกิดภาวะขาดแคลนคอลลาเจนในผิวมองเห็นริ้วรอยเหี่ยวย่น นกกาบินมาเกาะ…จึงมีหลายตำรับสลับกันออกมาอาสาแก้ !

หนึ่งคือ ซื้อคอลลาเจนชนิดครีมมาทาถู ทาถู เพียวไวท์ คอลลาเจน หวังให้มันซึมไปตามผิวหนัง…วิธีนี้ไม่ได้ผล เพราะร่างกายไม่ยอมให้สิ่งแปลกปลอมผ่านผิวหนังเข้าไป ใครที่ควักเงินมากมายกับเครื่องสำอางผสมคอลลาเจนจึงต้องผิดหวัง เว้นแต่จะใช้เป็นไมโครคอลลาเจน พอซึมได้ แต่ปริมาณก็คงไม่เพียงพอ และก็สลายไปอยู่ดี

สองคือ กินอาหารเสริมคอลลาเจน หวังว่ามันจะเข้าไปทดแทนคอลลาเจนที่หดหาย กับวิธีที่ง่ายสุด คือฉีดคอลลาเจนเข้าไปที่ผิวหนังโดยตรง เห็นผลทันตา แต่…คอลลาเจนที่หมอฉีดให้ ไม่อาจเข้าไปทำงานแทนของเดิมเพราะมันมิใช่คอลลาเจนมนุษย์ เป็นเพียงสารสกัดจากวัวที่คล้ายคลึงกับคอลลาเจนของคน เป็นคอลลาเจน ที่ไม่มีชีวิตติดอยู่ไม่นานก็อันตรธานหายหมด !อีกถ้าแพ้คอลลาเจนวัวละก้อ…คันคะเยอรอบตัว ทั่วไปซ้ำ ถ้าคุณแพ้ อาจพบเห็นได้ใน 10 กว่าวัน หากไม่มีแพ้ หมอจะนัดฉีดจริงต่อไป อย่าใจร้อนเพราะฉีดเข้าไปแล้วแก้ไขไม่ได้ หากใครชวนคุณฉีดคอลลาเจนโดยไม่ทดสอบอาการแพ้ละก้อ…ขอให้คิดดูก่อน !

นอกจากการแพ้ อาจพบอันตรายอื่นๆ เช่น เข็มสกปรก ทำให้เกิดการติดเชื้อฝี แผลเน่า ผิวลอก เกิดแผลเป็นก้อนเนื้อ ควรเลือกแพทย์ที่จบปริญญา อย่าฉีดกับหมอเถื่อนหรือเน้นราคาถูกเป็นหลัก เดี๋ยวนี้มักมาทางอินเตอร์เนท ! คอลลาเจนชนิดฉีดเข้าไปทำหน้าที่ดุนผิว แบบถุงซิลิโคนหรือถุงน้ำมันที่ใส่เสริมหน้าอก แต่การฉีดไม่ได้เติม คอลลาเจนให้ร่างกายอย่างธรรมชาติซึ่งกระจายอยู่ในเนื้อเยื่อแต่คอลลาเจนฉีดเป็นก้อนตรงที่ฉีด ทำให้ต้องฉีดดุนไว้หลายๆ จุด หมอจะใช้เข็มเล็กพิเศษสอดเข้าไปใต้บริเวณที่เหี่ยวย่นฉีดเป็นจุดตามร่องรอยไปเรื่อยๆอาจต้องฉีดหลายสิบจุดจึงจะงามตามปรารถนา แต่ว่ามันให้ผลระยะสั้นๆ ไม่นาน นางฟ้าจะค่อยๆ คืนร่างเป็น แม่มดดังเดิม เพราะคอลลาเจนวัวจะถูกร่างกายย่อยสลายจนหมดอาจใช้เวลา 3 – 6 เดือน หรือเพียงแค่สามสี่อาทิตย์ แล้วแต่คน ขึ้นกับอายุ ความสามารถของร่างกาย คุณภาพผิว วิถีชีวิต และตำแหน่งที่ฉีด ที่นี้ถ้าเลือกสารฉีดไม่ดูดซึมและไม่แพ้ แต่นานไปก็จะแทรกตัวตกห้อยย้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก คางเลยแหลมขึ้น…แหลมขึ้น ดูเป็นแม่มดจริงๆ !แบบนี้ เบต้ากลูแคนแบบทาดีกว่าเป็นไหนๆผลการดูดซึมก็พิสูจน์ได้กันแล้ว ! เพียวไวท์ คอลลาเจน.

merci bulgarian yogurt วิธีทําให้หน้าขาวใสไร้สิว โดยใช้ครีมไวท์เทนนิ่งเข้มข้น

merci bulgarian yogurt วิธีทําให้หน้าขาวใสไร้สิว โดยใช้ครีมไวท์เทนนิ่งเข้มข้น ควรเลือกใช้เป็นเซรั่มบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของสารไวท์เทนนิ่ง (Whitening Agents) ชนิดเข้มข้น อาทิเช่น ไนอาซินาไมด์ กรดแอสคอร์บิก อัลฟาอาร์บูติน กรดผลไม้ กรดโคจิก กรดทรานอิซามิก กรดวิตามินเอ สารสกัดจากชะเอมเทศ สารสกัดจากเปลือกสน สารในกลุ่มนี้จะช่วยลดการสร้างเมลานิน ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ผิวจึงแลดูขาวขึ้นเพราะสีผิวอ่อนลง และช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอกออกไป สิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษ คือ ห้ามใช้ครีมไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมจากสารประกอบของปรอท สารไฮโดรควิโนน เนื่องจากจัดเป็นสารอันตรายที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ระคายเคือง เกิดรอยดำและผื่นแดงบนใบหน้า และอาจทำให้เกิดการสะสมพิษจนเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ สูตรพอกหน้าขาวใสด้วยโยเกิร์ต โยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์จากนมโคสดที่แปรรูปด้วยกระบวนการหมักกับแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และยังมีกรดแลคติกที่เกิดจากกระบวนการหมักตามที่กล่าวขั้นต้น จนน้ำตาลแลคโตสในนมเปลี่ยนลักษณะไป ทำให้นมโคมีรสเปรี้ยวและกลายสภาพจากของเหลวเป็นลิ่มข้นๆ มีสรรพคุณช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยน ซึ่งเคล็ดลับความงามนี้ถูกค้นพบมานับพันปีแล้วโดยพระนางคลีโอพัตรา ด้วยการแช่น้ำนมสดจนทำให้พระนางคงความงดงาม merci bulgarian yogurt.

merci bulgarian yogurt

merci bulgarian yogurt สูตรการพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตนั้นง่ายนิดเดียวค่ะ เพียงแช่โยเกิร์ตรสธรรมชาติในตู้เย็นให้เย็นจัดๆ แล้วล้างหน้าให้สะอาด จากนั้นนำโยเกิร์ตมาทาให้ทั่วใบหน้า นวดอย่างเบามือ แล้วพักทิ้งไว้ 20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง ปฏิบัติอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง จะสังเกตถึงผลลัพธ์ใบหน้าที่ขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมอร์ซี่ บัลแกเรียน โยเกิร์ต

ทานอาหารเสริมผิวขาว

ในเมล็ดองุ่นมีสารฟลาโวนอยด์ที่เรียกกันว่า “โปรแอนโธไซยานิดิน” เมื่อสารดังกล่าวมีการรวมตัวกันจะอยู่ในรูปของ “โอลิโกเมริค โปรแอนโธไซยานิดิน” เรียกกันย่อๆ ว่า OPC ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีถึง 20 เท่า และมากกว่าวิตามินอีถึง 50 เท่า merci bulgarian yogurt

ควรรับประทานวิตามินซีให้ได้ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ควบคู่ไปกับสารสกัดจากเมล็ดองุ่น สารทั้งสองชนิดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ให้ผลดีทั้งคู่ เนื่องจากสามารถช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติบนผิว เช่น ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ผิวหน้าจึงดูขาวกระจ่างใส และเมื่อทานควบคู่กันยังช่วยให้คอลลาเจนในชั้นผิวหนังแข็งแรงมากขึ้น ริ้วรอยแลดูจางลง และลดการทำงานของเอนไซม์ที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัยอีกด้วย

สิ่งที่เราควรรู้คือผิวของเราจะขาวได้มากที่สุดและปลอดภัยที่สุดได้เท่าผิวจากชาติพันธุ์ต้นกำเนิดของเรา ซึ่งแม้แต่ชาวแอฟริกันอเมริกันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสีผิวตนเองให้ขาวได้เท่าชาวอังกฤษ ดังนั้นผิวขาวที่ดีที่สุดสำหรับสาวไทยควรจะเป็นผิวที่ดูกระจ่างใส ไร้ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ซึ่งหากสามารถปฏิบัติตามเคล็ดลับดังกล่าวไปพร้อมๆ กับสุขอนามัยที่ดีอย่างเช่น การดื่มน้ำสะอาดวันละ 6 – 8 แก้ว นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละสามครั้ง หรือการรับประทานผักผลไม้จนเป็นนิสัยแล้ว คุณก็จะมีผิวหน้าที่ขาวขึ้นอย่างปลอดภัยได้ทันหนึ่งสัปดาห์ค่ะ

สูตรบำรุงผิวขาวกระจ่างใส แถมอมชมพูนิดๆ ด้วยน้ำแครอท

สำหรับเทคนิคผิวขาวที่เราจะมาแนะนำในวันนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคมีผิวขาวด้วยแครอท หนึ่งในผักที่มีวิตามินค่อนข้ามากและช่วยเปลี่ยนผิวขาวจากภายในสู่ภายนอก แนะนำว่าให้กินพวก แกงจืดบ่อยๆค่ะโดยใส่แครอทไปด้วยหรือเมนู อาหารอะไรก็แล้วแต่ที่เรานั้นอยากจะทำรับประทานแต่ให้ใส่แค่รอทเข้าไปด้วยเพราะแครอทนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในเทคนิคสร้างผิวขาวกระจ่างใสได้ง่าย สร้างผิวขาวจากภายในสู่ภายนอก merci bulgarian yogurt สำหรับแครอทนั้นยังเป็นหนึ่งในผักที่มีประโยชน์และมีวิตามินต่อร่างกายค่อนข้างมาก แครอทเป็นผักที่มีวิตามินสูงพอๆกับผักชนิดอื่น รวมถึงยังกินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สามารถทำกินร่วมกับพวกเมนูอาหารคลีนก็ยังได้เมนูอาหารคลีนนั้นก็มีมากมายหลากหลายให้เรานั้นเลือก ทำอาหาร สำหรับอาหารคลีนนั้นยังช่วยลดความอ้วนได้ด้วย สิ่งสำคัญในการสร้างผิวขาวคือระยะเวลาและก็ควรจะต้องออกกำลังกายพักผ่อนให้เพียงพอ บำรุงด้วยครีมด้วย เช่นกัน การดูแลผิวพรรณของตัวเองด้วยแครอทไม่เพียงแต่ช่วยสร้างผิวขาว ยังทำให้เรานั้นมีสุขภาพที่ดีด้วยเพราะในแครอทนั้นยังสร้างภูมิต้านทานและเป็นการป้องกันโรคร้ายๆอย่างนึง สำหรับท่านใดที่อยากมีผิวขาวเราขอแนะนำว่าให้่่ท่านทานแครอทเยอะๆร่วมด้วยกับอีก 5 เทคนิคที่เรานั้นจะแนะนำต่อไปนี้ เป็นเทคนิคเล็กน้อยเข้าใจง่ายๆ

ออกกำลังกาย ช่วยให้ขาวใสได้
สำหรับการออกกำลังกายนั้นเป็นเสมือนการกระตุ้น เลือดในร่างกายให้ไหลเวียนได้ดีมากยิ่งขึ้นรวมถึงยังเป็นการดูแลสุขภาพและทำให้มีผิวขาวอย่างนึง

ทาครีมช่วยให้ผิวขาว ลดริ้วรอยได้
หาครีมที่ทาแล้วขาวจริง หรือแนะนำพวกวาสลีนเป็นครีมที่มีเนื้อหอม นุ่มและช่วยให้คุณนั้นมีผิวขาวกระจ่างใส

สบู่โฟมครีมอาบน้ำช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้
สำหรับสบู่โฟมหรือครีมอาบน้ำนั้นเป็นหนึ่งในการสร้างผิวขาวที่ดีอย่างนึง หากอยากผิวขาวแนะนำว่าให้ ถูสบู่ หรือใช้พวกครีมอาบน้ำบ่อยๆ

พอกผิวพอกหน้า ขัดผิว ช่วยให้ผิวใส ดูอ่อนกว่าวัยได้
การพอกผิวขาวนั้นเป็นหนึ่งในการพอกผิวขัดผิวให้ขาวที่ง่าย และเห็นผลเร็ว

พกร่มหรือใส่เสื้อแขนยาว ทาครีมกันแดด
แนะนำว่าก่อนออกจากบ้านใส่เสื้อแขนยาวหรือทาครีมกันแดดด้วย เพราะนอกจากจะช่วยให้เรานั้นมีผิวขาวกระจ่างใสได้แล้ว ยังเป็นการป้องกันแดดที่ดี

5 เทคนิคง่ายๆนี้ที่คุณนั้นก็สามารถทำได้ ไม่ยาก สำหรับท่านใดก็ตามที่อยากจะมีผิวขาวขอแนะนำเทคนิคง่ายๆ และก็ใช้เวลาไม่นานก็ขาวได้ ดื่มน้ำแครอท ร่วมกับ 5เทคนิครับลองจากดำกลายเป็นขาวแน่นอน merci bulgarian yogurt.

โอเมทิซ คอลลาเจน ในปัจจุบันไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็จะเห็นผลิตภัณฑ์

โอเมทิซ คอลลาเจน ในปัจจุบันไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็จะเห็นผลิตภัณฑ์คอลลาผง คอลลาเจนเม็ด วางขายอยู่รอบๆตัวเต็มไปหมด ทั้งในอินเตอร์เน็ต ในร้านสะดวกซื้อ แถมยังมีหลากหลายรูปแบบให้เลือก เช่น คอลลาเจนแบบผง แบบเม็ด เป็นต้น ความหลากหลายเหล่านี้ทำให้คุณสาวๆหลายๆคนผู้รักสุขภาพและความงาม ที่อยากให้ผิวกระชับเนียนสวย เกิดคำถามยอดฮิตว่า ในเมื่อมีผลิตภัณฑ์ออกมาวางขายมากมายจนตาลายแบบนี้ แล้วควร ทานคอลลาเจน ยี่ห้อไหนดี…? สำหรับในวันนี้ เพื่อเป็นแนวทางให้กับคุณสาวๆที่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ยี่ห้อคอลลาเจนผง คอลลาเจนเม็ด ในดวงใจ บทความชิ้นนี้ จะขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อคอลลาเจนอย่างถูกวิธี เพื่อเป็นข้อมูลที่ช่วยในการประกอบการตัดสินใจซื้อได้อย่างถูกต้อง วิธีการเลือกคอลลาเจน การเลือกสรรว่าคอลลาเจนผง คอลลาเจนเม็ด ยี่ห้อไหนดี และปลอดภัย ก่อนทำการซื้อ คุณสาวๆควรทำการพิจารณาตามหัวข้อต่อไปนี้ 1.มีปริมาณคอลลาเจนไม่เกิน 10,000 มิลลิกรัม สำหรับการรับประทานใน 1 วัน สำนักงานอาหารและยา (อย.) ได้กำหนดให้สามารถรับประทานคอลาเจนได้ไม่เกินจำนวน 10,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวของผู้บริโภคได้ ซึ่งปริมาณที่เหมาะสมที่แนะนำในการรับประทานใน 1 วัน คือ ไม่เกินวันละ 5,000 มิลิกรัม ก็ถือว่าเพียงพอแล้วต่อความต้องการของร่างกาย ฉะนั้น การทานคอลลาเจนปริมาณมากๆใน 1 วัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถช่วยทำให้ผิวสวยเต่งตึงขึ้นอย่างรวดเร็วมากขึ้น การรับคอลลาเจนในปริมาณน้อยๆ อย่างสม่ำเสมอจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการได้รับเพียงครั้งเดียวในปริมาณมากๆ โอเมทิซ คอลลาเจน.

โอเมทิซ คอลลาเจน

โอเมทิซ คอลลาเจน 2.มีการรับรองจากสำนักงานอาหารและยา omatiz collagen
เป็นเรื่องพื้นฐานที่จำเป็นจะต้องให้ความใส่ใจ เพราะการที่เราจะรับประทานอาหารเสริมเข้าไปในร่างกาย ก็ควรที่จะได้รับรองความปลอดภัยในระดับหนึ่งเสียก่อน ถ้าหากเป็นของที่ไม่รู้ที่มา ไม่ทราบแหล่งผลิต ส่วนประกอบเป็นปริศนา ก็ไม่ควรเสี่ยงรับประทาน เพราะอาจจะเป็นเสียมากกว่าผลดีต่อร่างกายได้
3.เลือกชนิดของคอลลาเจนที่ดูดซึมได้ง่าย
ผลิตภัณฑ์คอลลาเจนผง หรือ คอลลาเจนเม็ด มักถูกทำขึ้นมาจากปลา หมู ไก่ เป็นต้น แต่ชนิดที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายที่สุด คือ คอลลาเจนที่สกัดจากปลาทะเล และควรเลือกคอลลาเจนแบบที่มีโมเลกุลต่ำ เพราะร่างกายสามารถที่จะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น

4.พิจารณาส่วนประกอบอื่นๆในผลิตภัณฑ์
คอลลาเจนผง คอลลาเจนเม็ด จำเป็นที่จะต้องใช้สารอาหารหรือวิตามินประเภทอื่นๆมาช่วยเสริม เพื่อช่วยในการดูดซึมเข้าไปในร่างกาย เช่น วิตามินซี กลูโคซาไมด์ ไฮยารูลอน วิตามินอี เป็นต้น

อยากจะบอกว่า เราอยู่ในยุคที่อาหารเสริม และวิตามินต่างๆ วางเรียงรายอยู่ในผลิตภัณฑ์มากมายให้เลือกสรรในร้านขายยา หรือร้านขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ซึ่ง คอลลาเจนเม็ด เอง ก้เป็นหนึ่งในสินค้าจำนวนมาก ที่ถูกผลิตออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ที่ต้องการเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกายของตัวเอง โอเมทิซ คอลลาเจน

ถึงแม้เราจะทราบกันดีว่า คอลลาเจน เป็นสิ่งที่ร่างกายสามารถสัเคราะห์ขึ้นได้เองตามธรรมชาติ แต่ในขณะเดียวกัน เมื่ออายุร่วงเลยมากขึ้น การสังเคราะห์คอลลาเจนภายในร่างกายเองก็จะค่อยๆลดน้อยถอยลงตามไปด้วย ทำให้การเสริมคอลลาเจนจากแหล่งอื่นๆภายนอกร่างกายตามธรรมชาติ จึงกลายมาเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก ซึ่งแหล่งหลักๆของคอลลาเจนที่ร่างกายสามารถได้รับก็คือ จากมื้ออาหารตามธรรมชาติ และจากแหล่งอาหารเสริมสำเร็จรูป เช่น คอลลาเจนเม็ด คอลลาเจนผง เป็นต้น

การได้รับคอลลาเจนเม็ดเสริมในส่วนที่ขาดหายไปตามวันเวลาที่ผ่านไป ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคอลลาเจนประเภทเปไทป์ โอเมทิซ คอลลาเจน ที่มีโมเลกุลเล็กจนกระทั่งง่ายมากๆ ในการดูดซึม ซึ่งแพทย์ผิวหนังทั่วโลกหลายคน มองว่า คอลลาเจนเม็ด คอลลาเจนผง เองก็ถือว่าเป็นหนึ่งของรูปแบบที่มีความแปลกใหม่เป็นอย่างมาก ในการรับคอลลาเจนจากภายนอกเข้าสู่ร่างกาย

อย่างไรก็ตามคอลลาเจนเม็ด คอลลาเจนผง เป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าค่อนข้างใหม่มากในวงการวิทยาศาสตร์ด้านผิวหนัง ยังมีข้อถกเถียงกันในวงการวิชาการว่า ผลลัพธ์ในการศึกษาคอลลาเจนสำเร็จรูปว่ามีผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมต่อผิวหนังนั้นเกิดขึ้นจากผลของคอลลาเจนเม็ดเหล่านั้นจริงๆ หรือเป็นเพียงแค่ความบังเอิญเท่านั้น เพราะในกลุ่มนักวิชาการ ผู้คัดค้านการทานคอลลาเจนสำเร็จรูป ได้ให้เหตุผลโต้แย้งว่า โปรตีนทั้งไม่ว่าจะเป็นคอลลาเจนเปปไทป์ โปรตีนชีวะภาพ หรือแม้แต่น้ำซุปกระดูกหมู ที่อุดมไปด้วยคอลลาเจนจำนวนมากอย่างที่ทราบกันดี คอลลาเจนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีมวลในลักษณะเดียวกัน ดังนั้น เมื่อทำการรับประทานผ่านลงไปในกระเพาะอาหาร ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ คอลลาเจนเหล่านั้นจะถูกย่อยสลายจนกระทั่งกลายเป็นกรดอะมิโนขนาดเล็ก และเมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เราก็ไม่สามารถกำหนดให้พวกมันมุ่งเป้าหมายไปที่อวัยวะเฉพาะส่วน อย่างเช่นผิวหนังได้ โอเมทิซ คอลลาเจน.

l carnitine apple plus เคล็ดลับลดความอ้วน ลดขนาดจานให้เล็กลง

l carnitine apple plus เคล็ดลับลดความอ้วน ลดขนาดจานให้เล็กลง หากเราเป็นคนหนึ่งที่เคยชอบกินข้าวจานใหญ่ ๆ ให้ลองเปลี่ยนใช้จานที่มีขนาดเล็ก แล้วกินแบบเบิ้ล 3 จานแทน เฮ้ยยย…ไม่ใช่ล่ะ ! เพราะถ้าเรากินข้าวจานเล็ก ๆ ปริมาณข้าวก็จะน้อยลง เพราะขนาดของจานที่เล็กลงจะทำให้เรารู้สึกว่าเราได้กินข้าวไปมากพอแล้ว (เป็นหลักจิตวิทยาเล็ก ๆ น้อย ๆ) ซื้อของเข้าบ้าน ก่อนออกจากบ้านไปซื้อของทุกครั้ง เราควรจดรายการที่ต้องการจะซื้อหรือจำเป็นต้องซื้อลงในกระดาษ เพื่อให้เราแน่ใจว่าอาหารดังกล่าวนั้นไม่เป็นอุปสรรคต่อการควบคุมน้ำหนัก เมื่อมาถึงร้านแล้ว ไม่ว่าจะเจอของยั่วตายั่วใจแค่ไหนก็ให้ยั้งใจและซื้อของตามรายการที่จดมาเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเตือนสติของเราไม่ให้ซื้อของอ้วน ๆ มาใส่ในตู้เย็นได้ ฝึกให้กระเพาะเล็กลง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเราสามารถฝึกให้กระเพาะของเราเล็กลงได้ด้วยการกินอาหารให้น้อยและ “เป็นประจำ” แล้วกระเพาะของเราจะบีบตัวลงเพื่อให้พอดีกับปริมาณที่เคยเข้ามาเอง หากทำครบสัปดาห์ จากที่เคยกินข้าวเป็นกะละมัง ก็จะกลายเป็นจานเล็ก ๆ ได้โดยที่เราไม่ต้องฝืนใจอะไรเลยหมากฝรั่งปลอดน้ำตาล ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ปากว่าไม่ได้ ก็ให้พกหมากฝรั่งปลอดน้ำตาลเอาไว้ เวลาอยากกินนู่นนี่ ก็ให้แกะหมากฝรั่งมาเคี้ยวไปเรื่อย ๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดความอยากอาหารลงไปได้ในระดับหนึ่ง l carnitine apple plus.

l carnitine apple plus
l carnitine apple plus ห้ามเด็ดขาดกับยาลดความอ้วน ยาลดความอ้วนที่เราเห็นในปัจจุบัน มันไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้น้ำหนักลดได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่เป็นยาพิษที่ทำลายสุขภาพของเรามากกว่า เพราะยาเหล่านี้ส่วนใหญ่จะทำให้เราเบื่ออาหาร ร่างกายหมดเรี่ยวแรง นอกจากนั้นยังมีผลต่อจิตใจอีกด้วย อีกอย่างยาลดความอ้วนก็ยังเป็นยาที่มีผลเพียงระยะสั้น เพราะถ้าคุณเลิกกิน เราก็จะมีความอยากอาหารมากขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้ผู้ที่กินยานั้นจะกลับมาอ้วนยิ่งกว่าเดิม แอล คาร์นิทีน แอปเปิ้ล พลัส
ดื่มชากาแฟอย่างไรไม่ให้อ้วน ความจริงแล้วตัวน้ำชาและกาแฟนั้นไม่มีอะไรที่ทำให้เราอ้วนได้เลย แต่สิ่งที่ทำให้เราอ้วนนั้นก็คือน้ำตาล ครีมเทียม หรือว่านมที่ใส่ลงไปต่างหาก ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ตัวเองอ้วนฉุเพราะเครื่องดื่มเหล่านี้ ก็ควรงดการใส่น้ำตาล ครีมเทียม และนมโดยด่วน
เมื่อเครียดอย่ากิน หลายคนเมื่อเครียดมาก ๆ จะชอบกินของหวานเพื่อคลายความเครียด แม้จะเป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดอย่างได้ผลและเราก็ทำได้ก็ตาม แต่เราก็ต้องกินในปริมาณที่น้อย หรือถ้าจะให้ดีก็ไปหากิจกรรมอย่างอื่นที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดทำแทนจะดีกว่า เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ต อ่านหนังสือ นอนหลับพักผ่อน เป็นต้น l carnitine apple plus
รับมือกับวันนั้นของเดือน ในช่วงมีประจำเดือน หลายคนนอกจากจะหงุดหงิดแล้ว ยังมีอาการอยากกินนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด แต่เราสามารถรับมือกับความอยากนั้นได้ด้วยการเอาของที่ทำให้อ้วนออกจากตู้เย็นให้หมด ใส่ผลไม้ไว้เยอะ ๆ แทน เน้นกินผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อช่วยลดความอยาก พยายามควบคุมอารมณ์ จิตใจ และความอยาก หรือหาอะไรทำเพื่อให้ลืม ถ้าทนไม่ไหวจริง ๆ ก็ให้กินสักคำสองคำก็พอ
อย่าอดอาหาร การอดอาหารไม่ใช่ทางออกที่ดีของการลดความอ้วนในระยะยาว เพราะการอดอาหารมื้อหนึ่งจะทำให้ร่างกายสร้างระบบป้องกันขึ้นมา โดยกักเก็บไขมันเอาไว้ แล้วทำการเผาผลาญอาหารให้น้อยลง เมื่อเราหยุดอดอาหาร ร่างกายก็จะเผาผลาญอาหารได้น้อยและทำให้อ้วนได้ง่ายยิ่งขึ้น
อาหารเช้าห้ามอด ไม่ว่าเราจะลดน้ำหนักแบบเอาเป็นเอาตายแค่ไหน แต่อาหารเช้าก็ยังเป็นอาหารที่สำคัญที่สุด เพราะอาหารเช้าที่เรากินเข้าไปจะนำไปถูกแปรเป็นพลังงานให้เราตั้งแต่เริ่มวันใหม่ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญอาหารทั้งมื้อเช้าและมื้ออื่น ๆ
อาหารเช้าต้องมีประโยชน์ อาหารเช้าที่ทำให้เราหิวเร็วได้แก่ อาหารจำพวกแป้งอย่างขนมปัง ซึ่งมันจะทำให้เราหิวเพิ่มขึ้นในเวลาไม่นาน ดังนั้น อาหารเช้าที่ดีควรมีไขมันและโปรตีนเป็นส่วนประกอบ แต่ก็อย่ากินในปริมาณที่มากเกินไปล่ะ เชื่อเถอะว่าสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก กาแฟ 1 แก้วกับขนมปัง 1 แผ่น ยังไงก็ไม่เวิร์กเท่ากับอาหารเหล่านี้
งดอาหารระหว่างมื้อหรืออาหารว่าง เพราะนอกจากจะเป็นอาหารมื้อที่ไม่จำเป็นแล้ว ยังเป็นพลังงานส่วนเกินของร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เราจะกินอาหารเหล่านี้ก็เพียงเพราะความอยาก ถ้าเราอยากกินจริง ๆ ก็ให้กินพวกผักผลไม้แทนจะดีกว่า
งดอาหารยามค่ำคืน ในยามกลางคืน ไม่ว่าเราจะกินอะไรก็ตามก็ล้วนแต่ทำให้อ้วนได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวหรือขนม เพราะระบบการย่อยอาหารของเราจะทำงานได้ไม่เต็มที่ช่วงนี้ ดังนั้น หากหลัง 5 โมงเย็นไปแล้ว เราก็ไม่ควรจะกินอะไรอีกเลย ถ้าหากต้องการที่จะลดน้ำหนักจริง ๆ หรือแม้แต่ไม่ต้องการให้เพิ่มขึ้นก็ตาม
กินอาหารให้ครบห้าหมู่ สัดส่วนของอาหารที่ต้องการในแต่ละวัน คือ โปรตีน 20%, ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ 20%, ผักและผลไม้ต่าง ๆ 50% เมื่อเรากินอาหารเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทใดก็ตาม ร่างกายของเราจะทำการย่อยจนเป็นสารอาหารชนิดต่าง ๆ แล้วนำไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หรือเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน ดังนั้น อาหารที่กินเข้าไปจึงมีความสำคัญต่อร่างกาย ถ้าอดอาหารก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ ไม่สบาย ไม่มีพลังงาน และไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ แต่ถ้าหันมารับประทานอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เราก็ไม่อ้วนแล้วล่ะ
เวลาและปริมาณการกิน ในมื้อเช้าเราควรจะกินก่อนเวลา 8 โมงเช้า โดยควรเป็นอาหารที่ค่อนข้างให้พลังงานสูง อาจจะเป็นเนื้อสัตว์ ข้าวเล็กน้อย ผักผลไม้บ้าง ซึ่งมื้อเช้านี้เราควรกินแต่พออิ่ม ไม่ต้องเสียดายแม้ว่าอาหารจะเหลือก็ตาม ส่วนมื้อเที่ยงควรกินก่อนเที่ยงครึ่ง การกินมื้อนี้เรายังสามารถกินได้ตามแต่ที่เราอิ่มหรือมากกว่ามื้อเช้าเล็กน้อย แต่อย่าให้มากจนเกินไปนัก เพราะในช่วงบ่ายร่างกายก็ยังจำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานในการทำงานอยู่ ส่วนมื้อเย็นนั้นคุณควรกินก่อน 6 โมงเย็น หรือว่ายิ่งเร็วยิ่งดี หรืองดกินไปเลยแล้วไปกินผลไม้แทนก็ทำได้ ซึ่งมื้อเย็นนี้เราควรกินให้น้อยกว่ามื้ออื่น ๆ เพราะหลังจากนี้เราก็ไม่ค่อยได้ใช้พลังงานอะไรแล้ว อีกสักพักก็ต้องเข้านอน แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีเวลาทำงานไม่เหมือนคนอื่น l carnitine apple plus อย่างเช่นทำงานกลางคืน คุณสามารถจัดเวลาการกินอาหารของในแต่ละมื้อได้โดยดูจากความเหมาะสมเป็นหลัก กะเวลาระหว่างมื้อให้พอดี เพื่อไม่ให้เราหิวโหยอาหารมากเกินไป แต่ที่สำคัญก็คือ “เราต้องกินอาหารให้ตรงช่วงเวลาที่เรากำหนดเอาไว้ทุกวัน“
งดอาหารทอดและไขมันจากสัตว์ ไขมันจากสัตว์เป็นไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งเป็นไขมันที่เราไม่ควรที่จะกินเข้าไปมากที่สุด และให้เปลี่ยนมาใช้ไขมันจากพืชแทน เพราะจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า ส่วนอาหารทอดนั้นเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง หรือกินให้น้อยที่สุด เพราะถ้ากินในปริมาณมากเกินไปจะทำให้เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดและมีไขมันไปกระจุกตัวอยู่บริเวณต่าง ๆ
งดหนังสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังไก่ หนังเป็ด ชั้นไขมันของหมู ของวัว ขอแนะนำให้งดและเลิกไปเลยจะดีกว่า เพราะมันมีไขมันเยอะมาก ซึ่งจะทำให้เราอ้วนฉุได้แบบงง ๆ เลยล่ะ
งดอาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่มีรสเผ็ดจัด เค็มจัด หรือเปรี้ยวจัด เพราะอาหารที่มีรสจัดนอกจากจะไม่ดีต่อการทำงานของลำไส้แล้ว มันยังเป็นตัวกระตุ้นให้เราอยากอาหารมากขึ้นอีกด้วย
งดอาหารเค็มจัด การกินอาหารเค็มนั้นเป็นผลเสียต่อการที่เรากำลังลดความอ้วน เพราะอาหารรสเค็มจะทำให้เราอยากและเจริญอาหารมากยิ่งขึ้น
ห้ามกินของร้อน ของร้อนในที่นี้หมายถึงอาหารที่เรากินเข้าไปแล้วจะทำให้ร่างกายของเราร้อน อย่างเนื้อสัตว์ ไขมัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ เพราะร่างกายจะไม่เผาผลาญพลังงานเมื่อเราเพิ่มความร้อนให้กับร่างกาย
ลดคาร์โบไฮเดรต นอกจากเหตุผลที่ว่าคาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่เปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลได้แล้ว การลดคาร์โบไฮเดรตยังช่วยในเรื่องของการเผาผลาญไขมันในร่างกายอีกด้วย หากเรากินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งให้น้อยลง ร่างกายจะไปเผาผลาญไขมันที่เรากินเข้าไป หากเรากินไขมันเข้าไปน้อย ร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันที่เราสะสมเอาไว้ จึงทำให้ไขมันที่มีอยู่ในร่างกายของเราหดหายไป
กินผักผลไม้แทนอาหารมื้อเย็น อย่างที่รู้ ๆ กันว่า อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด แต่ก็กลายเป็นมื้อที่คนละเลยกันมากที่สุด ในทางกลับกันอาหารเย็นควรจะเป็นมื้อที่ละเลย แต่เป็นมื้อที่คนใส่ใจกันมากที่สุด 55555+ คิดผิดคิดใหม่ซะนะ ตอนเย็นถ้างดได้ก็งดเลย ถ้าหิวก็กินผลไม้ต่าง ๆ เข้าไปแทน l carnitine apple plus.

dr.jill ไม่ใช่แค่รสชาติที่หวานละมุนลิ้นเท่านั้น

dr.jill ไม่ใช่แค่รสชาติที่หวานละมุนลิ้นเท่านั้น แต่น้ำผึ้งยังมีสรรพคุณมากมายที่ดูแล้ว เหมาะกับผู้หญิงเป็นอย่างมาก เปรียบแบบให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คงไม่ต่างจากครีมบำรุงสูตรพิเศษ ที่สามารถเสริมความงามได้ทั้งหน้าและตัว ได้ในราคาที่ประหยัดสุดๆ มาดูกันค่ะว่าจะมีสูตรอะไรกันบ้าง ?
สูตร หุ่นสวย หน้าท้องแบนราบ 1. น้ำผึ้ง + น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ล สัดส่วนอย่างละ 3 ช้อนชา ผสมน้ำเปล่า 1 แก้ว ดื่มทุกเช้าหลังตื่นนอน และระหว่างมื้อเป็นประจำทุกวัน จะทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและสดชื่น ปรับสมดุลในร่างกาย ควบคุมน้ำหนักได้ดีเยี่ยม สูตร หน้าใส ไม่หมองคล้ำ 1. น้ำผึ้ง + มะนาว + โยเกิร์ต สัดส่วนอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน และนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก 2. น้ำผึ้ง + กล้วยหอม สัดส่วนน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ กล้วยหอมหั่นครึ่งลูก บดให้ละเอียดจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน พอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะช่วยให้สิวเสี้ยนหลุดลอกออกไปอย่างง่ายดาย dr.jill.

dr.jill

dr.jill สูตร ผิวเด้ง เนียนเหมือนผิวเด็ก ด๊อกเตอร์จิว

1. น้ำผึ้ง + มะนาว + ผงขมิ้น

สัดส่วน 3+3+1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาขัดผิวให้ทั่วร่างกาย ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หลังจากนั้นถูสบู่ได้ตามปกติ

สูตร ผมเงางาม เป็นธรรมชาติ

1. น้ำผึ้ง + น้ำมันมะกอก

สัดส่วนอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ นำมาชโลมผมแล้วทิ้งไว้ซัก 3-5 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด เปรียบเสมือนครีมนวดผมจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี

การที่มีหน้าสวยใส ไร้ที่ติ นั้นเป็นความฝันของสาวๆ ทุกคน เพราะถ้าหน้าดีอยู่แล้ว ก็คงไม่ต้องเสียเงินซื้อผลิตภัณฑ์เสริมสวยมากมายเพียงนี้ แต่อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าผลิตภัณฑ์ทุกอย่างที่ออกมาเพื่อทำให้ผู้หญิงสวยขึ้นจะได้ผลหมดทุกอย่างนะ หากคุณไม่ใช้อย่างระมัดระวัง หน้าใสๆ และ ผิวสวย ของคุณก็อาจจะพังได้เช่นกัน มาดูดีกว่าว่าเราควรจะฝึกตัวเองอย่างไร เพื่อทำให้หน้าและผิวของเราไม่แย่ลงไปกว่านี้อีก dr.jill

ผิวสวย

1.เช็ดหน้าจอโทรศัพท์ให้สะอาดเสมอ

เคยสังเกตไหมว่าทำไมถึงเกิดสิวที่บริเวณแก้มเป็นประจำ สิ่งของที่พึงต้องสงสัยที่สุดก็คือ “โทรศัพท์มือถือ” ของคุณสาวๆ นั่นเอง เพราะเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆ ที่อยู่บนนิ้วมือนั้นมีมากกว่าบนโถส้วมได้ถึง 10 เท่า เพราะฉะนั้นหมั่นเช็ดให้สะอาดเป็นประจำด้วย ทิชชู่เปียก หรือ แผ่นทำความสะอาด

2.ล้างแปรงแต่งหน้าเป็นประจำ

แปรงแต่งหน้าก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่สาวๆ หลายคน ขี้เกียจทำความสะอาด แต่ก็อย่าลืมนะว่า แปรงแต่งหน้า พัฟทาแป้ง สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ต้องสัมผัสใบหน้าคุณทุกวัน และแบคทีเรียกี่ชนิดที่อยู่ในนั้นล่ะ? ถ้าหากคุณเป็นสาวขี้เกียจ อาจใช้วิธีทำความสะอาดรายวันก็ได้ เพียงแค่ ใช้ทิชชู่เปียกซับเจ้าสิ่งสกปรกออกทุกๆ วัน หรือหากต้องการการทำความสะอาดที่หมดจด ก็ทำความสะอาดด้วยสบู่อ่อนหรือน้ำยาล้างแปรงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว

3.อย่าลดไขมันและน้ำตาลมากจนเกินไป
หากคุณเป็นสาวที่กำลังไดเอทขั้นรุนแรง ไม่แตะต้องไขมันหรือน้ำตาลใดๆเลย ขอให้รู้ไว้ว่า สิ่งที่ตามมานั้น จะทำให้ผิวของคุณเหี่ยวแห้ง รอยย่นเช่น ตีนกาก็จะถามหาคุณได้เร็วขึ้น ทางที่ดีกินอาหารให้ครบห้าหมู่ และ ไดเอทอย่างมีลิมิตจะดีกว่านะ

4.อย่าใช้สครับหน้าบ่อยเกินไป

การสครับหน้า อาจจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมีความสุข เหมือนได้เอาเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป ได้ลอกสิวเสี้ยนที่กวนใจออกไป แต่อย่างไรก็ดี การสครับหน้านั้นอาจจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้ ยิ่งหากคุณมีผิวที่แพ้ง่ายและสิวขึ้นง่ายด้วยแล้ว การใช้สครับหน้าอาจจะทำให้ยิ่งเลวร้ายลงไปได้อีก เปลี่ยนเป็นการใช้โลชั่นอ่อนๆ ทาหน้าก็เพียงพอ ส่วนสาวๆ ที่ผิวหน้ามัน ให้สครับหน้าสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอแล้ว

5.ทาครีมก่อนลงสระน้ำ

เคมีในน้ำในสระว่ายน้ำนั้น มีผลให้ผิวของคุณแห้งและแตกได้ เพื่อเป็นการป้องกันผิวจากคลอรีน ใช้ครีมที่บำรุงผิวก่อนลงสระทุกครั้ง และหลังจากว่ายน้ำ อย่าลืมล้างหน้าและทามอยซ์เจอไรเซอร์เพิ่มน้ำให้ผิวเสมอ

6.อาบน้ำทันทีหลังออกกำลังกาย
การอาบน้ำที่ฟิตเนส อาจจะไม่ใช่ที่ที่น่าพิศมัยนัก แต่..สิวอุดตัน สิวหัวดำ สิวทั่วไปนั้น จะเกิดขึ้นแน่นอนหากคุณไม่อาบน้ำทันทีหลังจากออกกำลังกาย เพราะฉะนั้น จงอาบซะ!
7.สังเกตอาการที่เปลี่ยนไปของร่างกายบ้าง

รอยแดง รอยบวม อาจเป็นสัญญาณบนใบหน้าที่บอกว่าคุณกำลังมีปัญหาสุขภาพ เพราะฉะนั้นอย่าละเลยเป็นอันขาด สังเกตการณ์และหมั่นตรวจเช็คอยู่เสมอ

8.อย่าอาบน้ำร้อนมากเกินไป

น้ำร้อนอาจทำให้คุณสบายตัว แต่สิ่งที่ได้ตามมาคือผิวที่แห้ง และ ทำลายความชุ่มชื้นของผิวออกไปเสียหมด ที่สำคัญยังทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่นได้อีกด้วย dr.jill เปลี่ยนมาอาบน้ำด้วยอุณหภูมิปกติ แค่นี้ผิวคุณก็ไม่เสียแล้ว

ที่จะเขียนถึงไม่ใช่ฉากหนึ่งของ จันดารา นะคะ แต่การนำ น้ำแข็ง มาถูบนใบหน้าและร่างกาย เป็นอีกหนึ่งเทคนิคดีๆ ที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณมากๆ ว่าแล้วก็ไปหยิบน้ำแข็งมาเตรียมตัวสวยกันเลยดีกว่า
1. ช่วยกระชับรูขุมขน ทำให้หน้าไม่มัน

ความเย็นของน้ำแข็ง เมื่อนำมาสัมผัสบนใบหน้า จะช่วยให้รูขุมขนกระชับมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อรูขุมขนเล็กลง ความมันบนใบหน้าก็จะลดลงตามไปด้วย ใครที่มีปัญหารูขุมขนกว้างและหน้ามัน ลองนำผ้าเช็ดหน้ามาห่อน้ำแข็ง 1-2 ก้อนเล็ก แล้วถูเบาๆ ทั่วใบหน้านะคะ

2. ลดอาการตาบวม และลดการอักเสบของสิว
สาวๆ หลายคนเวลานอนดึก นอนไม่พอ ร้องไห้หนัก เช้าวันต่อมาตาจะบวมตุ่ยในทันที แนะนำให้ห่อน้ำแข็งด้วยผ้าบางๆ แล้วประคบลงไปบริเวณดวงตา หลังจากนั้นลงคอนซีลเลอร์ใต้ตาทับอีกครั้ง รับรองว่าดวงตาจะกลับมาใสอีกครั้ง

3. ป้องกันริ้วรอยบนใบหน้า

ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของน้ำแข็ง ที่น่าสนใจมากๆ คือสามารถช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าได้ เนื่องจากความเย็นจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และเมื่อโลหิตไหลเวียนได้ดี สารอาหารต่างๆ ที่มากับเซลล์เลือด จะถูกมาส่งมาเลี้ยงผิวหน้าเราได้ดีขึ้น คราวนี้ก็มากันหมด รวมทั้งคอลลาเจนด้วย

4. ช่วยให้เครื่องสำอางติดทน

อย่างที่บอกไปในตอนต้นว่าน้ำแข็ง ช่วยให้รูขุมขนกระชับมากขึ้น เมื่อเป็นอย่างนั้น เวลาที่คุณสาวๆ แต่งหน้า ก็จะทำให้เครื่องสำอางติดทนมากยิ่งขึ้น เทคนิคง่ายๆ แค่วนๆ น้ำแข็งบนใบหน้าก่อนลงเมคอัพ ก็ทำให้เครื่องสำอางติดทนทั้งวัน ไม่ไหลเยิ้มมากวนใจแน่นอน

5. ลดผดผื่นคัน

อากาศที่ร้อนของเมืองไทย ทำให้มีโอกาสเกิดผดผื่นได้ง่ายมาก วิธีแก้ง่ายนิดเดียว หยิบน้ำแข็งมาห่อด้วยผ้าบางๆ ถูเบาๆ หรือประคบค้างไว้บริเวณที่มีอาการ จะช่วยลดความคันลงได้ dr.jill.