รากสามสิบ เสริมสร้างสุขภาพด้วยเมล็ดถั่วและธัญพืช

รากสามสิบ เสริมสร้างสุขภาพด้วยเมล็ดถั่วและธัญพืช อาหารธัญพืชเป็นอาหารที่ให้คุณค่าสูงมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง เนื่องจากประกอบไปด้วยเส้นใยอาหาร มีน้ำตาลกลูโคสที่ช่วยย่อยสลายแป้งได้ง่าย ทำให้กระเพาะอาหารรู้สึกอิ่มและหนักท้องนาน นอกจากนี้ ยังอุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุสูง โดยเฉพาะแคลเซียม วิตามินบี 6 โฟเลตและมีโปรตีนสูงแต่ไขมันต่ำ วิธีรับประทานเมล็ดถั่วและธัญพืชในระหว่างวัน  – คุณสามารถผสมเมล็ดถั่วธัญพืชลงในเมนูอาหารอย่างแกงจืด ซุปหรือข้าวต้มเพิ่มเติมได้ – ปั่นน้ำมันมะกอกกับเมล็ดถั่วพร้อมกันแล้วนำมาเป็นน้ำจิ้มทานกับผักแบบดิป(dip) – ใส่เมล็ดถั่วลงในจานสลัดหรือจะทำเป็นสลัดถั่วก็ได้ – ต้มถั่วเขียวเพื่อรับประทานเป็นอาหารว่าง – ทำซุปถั่วและซุปลูกเดือย รากสามสิบ.

รากสามสิบ

รากสามสิบ ทานไขมันดีเพื่อประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ รากสามสิบ คุณสัมฤทธิ์
อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวเป็นสิ่งที่ผู้หญิงวัยทองควรหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด แต่ก็ใช่ว่าควรจะหลีกเลี่ยงการทานไขมันทั้งหมดโดยสิ้นเชิงไปเสียทีเดียว เพราะไขมันนั้นก็ยังมีอาหารที่มีไขมันดีซึ่งให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายเช่นเดียวกัน เนื่องจากไขมันดีจะช่วยป้องกันโรคหัวใจและโรคมะเร็งบางชนิดได้ โดยอาหารที่ให้ไขมันดีอย่างน้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา น้ำมันถั่วเหลือง+น้ำมันรำข้าว โดยใช้รับประทานเป็นอัตราส่วน 1:1 น้ำมันงา อะโวคาโด ถั่วเปลือกแข็งชนิดต่างๆ และปลาทะเลที่ให้กรดไขมันโอเมก้า-3 ที่ดีต่อสุขภาพ รากสามสิบ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงรับประทานคืออาหารประเภทฟาสต์ฟูท แครกเกอร์ต่างๆ มันฝรั่งทอดกรอบ ขนมอบเบเกอรี่และเนื้อสัตว์ที่ให้ไขมันมาก ซึ่งเป็นแหล่งของไขมันอิ่มตัวและยังเป็นไขมันทรานซ์ที่ไม่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย
วิธีรับประทานอาหารที่ให้ไขมันดีระหว่างวัน
– เลือกใช้มาการีนที่มีส่วนผสมจากน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันคาโนลา
– ใช้น้ำมันที่ให้ไขมันดีดังกล่าวมาประกอบอาหาร
– ทานเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดหนังหรือติดมัน
– ทานปลาทะเลมากขึ้น

เลือกประเภทเครื่องดื่มให้เหมาะสม
เครื่องดื่มปรุงแต่งรสชาติและให้สารความหวานต่างๆ ที่เรามักนิยมดื่มเพื่อดับกระหายสร้างความสดชื่นให้แก่ร่างกายตามที่จำหน่ายกันทั่วไปนั้น ล้วนดึงเอาสารอาหารจากร่างกายออกไปได้มาก เพราะฉะนั้น คงไม่มีเครื่องดื่มใดอีกแล้วที่จะให้คุณประโยชน์ต่อสุขภาพได้ดีเท่าน้ำเปล่า เราจึงควรดื่มน้ำเปล่าให้ได้ 8-10 แก้วต่อวัน เพราะน้ำจะช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลและช่วยบำรุงสุขภาพไตให้แข็งแรงได้

ขณะเดียวกัน เครื่องดื่มจำพวกแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีน อันได้แก่ ชา กาแฟและน้ำอัดลมล้วนช่วยขับน้ำออกจากร่างกาย ยิ่งดื่มจึงยิ่งทำให้รู้สึกกระหายน้ำมากยิ่งขึ้นโดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ นอกจากนี้ เครื่องดื่มดังกล่าวยังเข้าไปกีดขวางการดูดซึมของแคลเซียมภายในร่างกาย อีกทั้งยังเข้าไปทำลายแคลเซียมโดยกระตุ้นให้ถูกขับออกทางไตอีกด้วย

แนะนำให้ผู้ที่มีอาการวัยทองหันมาดื่มน้ำผลไม้เพิ่มวันละ 1 แก้ว อาจจะเป็นน้ำส้มที่มีเนื้อส้มผสมอยู่ด้วยก็ได้เพราะมีสารไฟโตเคมิคอลหรือมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงซึ่งสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้ นอกจากนี้ วิตามินซีจากน้ำผลไม้ยังสามารถช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารเป็นไปได้ดีและยังสามารถป้องกันโรคโลหิตจางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
น้ำผลไม้ที่ผู้ป่วยวัยทองควรมีเก็บไว้ดื่มในแต่ละวัน ได้แก่
– น้ำแครอท แม้รสชาติอาจจะไม่ค่อยคุ้นชินปากเท่าไรนัก แต่แครอทนั้นอุดมด้วยสารไฟโตเคมิคอลที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายด้วยกัน 3 ชนิด ได้แก่ กรดเฟโนลิก (phenolic acid) เทอร์ปีน (terpenes) และแคโรเทอนอยด์ซึ่งรวมไปถึงสารเบต้าแคโรทีนด้วย
– น้ำส้ม มีวิตามินซีและโฟเลต ส้มบางชนิดยังช่วยเสริมแคลเซียมให้กับกระดูกซึ่งให้ปริมาณใกล้เคียงกับการดื่มนมเลยทีเดียว
– น้ำองุ่นแดง มีสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้จากไวน์แดง ซึ่งจะช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ ต่อต้านความเสื่อมสภาพของผิวพรรณและช่วยป้องกันมะเร็งได้

แบ่งอาหารทานเป็นมื้อย่อยเล็กๆ
งานวิจัยชี้แจงไว้ว่าการรับประทานอาหารในปริมาณครั้งละน้อยๆ แต่ทานบ่อยครั้งตลอดวันจะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานหรือแคลอรีรวมทั้งปริมาณไขมันทั้งหมดน้อยกว่า เนื่องจากส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานอย่างมีประสิทธิภาพกว่าการรับประทานครั้งละมากๆ อีกทั้งการทานบ่อยๆ เช่นนี้ยังช่วยป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำทำให้มีเรี่ยวแรงพลังและส่งผลให้ร่างกายรู้สึกได้ถึงความกระฉับกระเฉงอยู่ตลอดเวลา รากสามสิบ และสำหรับคนไทยเรามักจะรับประทานอาหารเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากันเป็นส่วนใหญ่อีกทั้งอาหารบนโต๊ะก็ล้วนมีหลากหลายให้เราเลือกทานซึ่งบางเมนูก็ทำให้อ้วนหรืออุดมด้วยแคลอรีสูงมาก ดังนั้น แนะนำให้เลือกรับประทานอาหารที่ให้ไขมันต่ำดีกว่า โดยเราจะแนะนำพฤติกรรมการรับประทานในอาหารในมื้อเย็นเพื่อเสริมสร้างการมีคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยวัยทองให้ดีขึ้นดังนี้ค่ะ
– ควรรับประทานอาหารที่ให้ไขมันต่ำและย่อยง่าย เช่น แกงจืด ปลา ยำและสลัดผัก เป็นต้น
– ตักอาหารทานใส่ภาชนะเล็กๆ และทานแต่เพียงน้อยๆ เท่านั้นหรือทานแค่พออิ่มก็พอ
– หลีกเลี่ยงการทานอาหารในตอนกลางคืนโดยเฉพาะอาหารที่เป็นแป้งและมีไขมันน้ำตาลสูง ขนมหวานต่างๆ ก็ควรงด หากหิวแนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าหรือรับประทานผลไม้อย่างส้มหรือแอปเปิ้ลแทน และมองหากิจกรรมอื่นๆ ทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความหิวออกไป เช่น การอ่านหนังสือ ฟังเพลงและคุยกับเพื่อน เป็นต้น

ทานอาหารที่ให้แคลเซียมสูงเป็นประจำทุกวัน
ผู้หญิงวัยทองต้องการแคลเซียมบำรุงกระดูกวันละ 1,000-1,500 มิลลิกรัม เพราะแคลเซียมจะมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนและความดันโลหิตสูงได้ กรณีผู้ที่ไม่ชอบดื่มนมหรือมีปัญหาไม่สามารถดื่มนมได้สามารถรับแคลเซียมจากอาหารอื่นๆ ได้เพิ่มเติมดังนี้
– ดื่มคาปูชิโนหรือลาเต้ที่ผลิตจากกาแฟสูตรไร้คาเฟอีน (decaffeinate)
– ทำซุปแบบเข้มข้นโดยใส่นมลงไปปรุงเป็นส่วนประกอบเพิ่ม
– ทานโยเกิร์ตพร่องไขมันหรือเนยแข็ง (cheese)
– ทานผักใบเขียว บล็อกโคลี เมล็ดถั่วและงา
– ดื่มน้ำส้มเสริมแคลเซียม
– ดื่มนมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม
– เสริมแคลเซียม+วิตามินดี รากสามสิบ.