แชมพู hybeauty สารที่ผสมลงไปในแชมพูทำให้มีคุณสมบัติต่าง ๆ

แชมพู hybeauty สารที่ผสมลงไปในแชมพูทำให้มีคุณสมบัติต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น สารให้กลิ่นหอม สารที่เป็นตัวทำละลาย ซึ่งที่นิยมใช้มากคือ alcohol, glycol, glycerol สารนี้ป้องกันการตกตะกอนของแคลเซียมจะทำให้ผมไม่มันและเหนียวสารที่ปรับสภาพผม เช่น lanolin ทำให้ผมแห้ง, imageprotein Q ทำให้เส้นผมมีน้ำหนัก, arly beta-aminopropionate ป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิตบนเส้นผม ส่วนสารที่ทำให้ผมเงางาม ได้แก่ 4-methyl-7 diethyl amino coumarin 4-emthyl-5-7 dihydrocoumarinสารช่วยให้เกิดฟอง ก็เป็นคุณสมบัติที่ทำให้ผู้บริโภคใช้นิยมใช้ การผสมเซลลูโลส ทรากะคัน และเจล ช่วยให้ดูว่าเนื้อยาสระผมเหนียวข้นขึ้น บางชนิดใส่เกลือลงไป กลายเป็นเจลเทียม บางชนิดเคลือบมุก ทำให้เนื้อยาสระผม ซึ่งมักเป็นของเหลวคลายเป็นครีมมุกทำให้เส้นผมนิ่ม หรือการใช้สารดูดซับพวกโลหะซึ่งมักตกตะกอนบนเส้นผม อันเป็นสาเหตุทำให้ผมไม่เป็นเงานอกจากนี้ ยังใช้สารกันบูดกันเชื้อโรค ใส่กลิ่นหอม ถ้ามีรังแคใส่สารขจัดรังแคเพิ่ม เช่น สังกะสี ไพรีไทโอน ไพรอกโตนโอลามีน กำมะถัน น้ำมันดิบ และน้ำมันต่างๆปัญหาที่เกิดจากการใช้แชมพู แชมพู hybeauty.

แชมพู hybeauty

แชมพู hybeauty เท่าที่มีปรากฏในรายงานทางการแพทย์ ปัญหาที่อาจพบได้มีดังต่อไปนี้ hybeauty shampoo

ปัญหาที่เกิดจากการระคายเคืองหนังศีรษะ พบได้น้อยมากโดยเฉพาะอย่างผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ที่ได้มาตราฐาน hybeauty vitalizing hair & scalp shampoo
ปัญหาที่เกิดจากค่าความเป็นกรด-ด่างของหนังศีรษะ แพทย์จะแนะนำให้ใช้แชมพูประเภท for pH-balanced shampoos
ปัญหาเกิดอาการผิวหนังศีรษะอักเสบชนิด seborrheic dermatitis ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณและชนิดของจุลินทรีย์เปลี่ยนแปลงไป พบได้น้อย
หนังศีรษะแห้ง เนื่องจากซีบุมถูกชะล้างออกไปมาก และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียชนิด สแต๊ฟฟิลโลคอคคัส ออเรียส ที่หนังศีรษะได้ง่ายกว่าปกติ แชมพู hybeauty
เกิดเป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิด irritant contact dermatitis เท่าทีมีรายงานในวารสารการแพทย์พบว่าส่วนใหญ่เกิดจากสาร sodium lauryl sulphate แพทย์จะแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ sodium laureth sulphate แทน
เกิดเป็นโรคลมพิษชนิด contact urticaria สาเหตุจากน้ำหอมที่ผสมลงไป หรือสารกันบูด
เกิดเป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิด allergic contact dematitis ส่วนใหญ่เกิดจาก chamomile, lavender, rose oil, kathon CG และ quaternium-15
เกิดเป็นโรคภูมิแพ้โปรตีนชนิด protein contact dermatitis พบได้น้อยมาก ทั่วโลกมีรายงานไม่ถึง 10 ราย

เมื่อก่อนนอกจากมะกรูดแล้ว เราใช้อะไรสระผม ข้าวเหนียวหน้าก้ง จ สมทรสงคราม
หน้าที่หลักของแชมพู คือ ขจัดน้ำมันธรรมชาติจากต่อมไขมันใต้หนังศีรษะออกจากเส้นผม น้ำมันดังกล่าวเป็นต้นเหตุใหญ่ที่ทำให้ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเหนียวติดแน่นบนเส้นผมสบู่ทั่วไปไม่มีคุณสมบัติเพียงพอจะทำหน้าที่นี้ได้ เพราะสบู่สะสมคราบของตัวมันเอง สำหรับสารซักฟอก detergent แล้ว หน้าที่ข้างต้นทำได้ง่ายมาก แต่สารซักฟอกยังไม่ถูกค้นพบเลยจนกระทั่งปลายศตวรรษที่ ๑๙ ทั้งมิได้มีการผลิตในปริมาณมาก ๆ จวบจนทศวรรษที่ ๑๙๓๐ ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วผู้คนในช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมา ดูแลรักษาความสะอาดเส้นผมของพวกเขากันอย่างไร ชาวอียิปต์โบราณเป็นผู้ริเริ่มวิธีปฏิบัติซึ่งต่อมาเป็นที่นิยมกันพวกเขาชำระล้างเส้นผมด้วยน้ำเปล่าผสมกับน้ำจากผลของพืชตระกูลซีทรัส ส้ม มะกรูด มะนาว กรดมะนาวมีฤทธิ์ขจัดไขมันจากหนังศีรษะให้หมดไปจากเส้นผมได้อย่างดียิ่ง น้ำยาล้างทำความสะอาดเส้นผมซึ่งผสมกันเองตามบ้าน โดยเติมกลิ่นหอมและมักจะผสมสบู่ปริมาณเล็กน้อยลงไปด้วย เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเป็นเวลาหลายร้อยปี น้ำยาสระผมชนิดใหม่ซึ่งคล้ายสารซักฟอกเกิดขึ้นในยุโรปเมื่อตอนปลายสมัยกลาง ได้จากการต้มน้ำ สบู่ กับโซดา หรือโปแตช น้ำด่าง แชมพู hybeauty ส่วนผสมที่คล้ายคลึงกับแชมพูแต่ใกล้เคียงกับสบู่มากกว่านี้ปรุงขึ้นในบ้าน สูตรของแต่ละบ้านถือเป็นมรดกตกทอดจากคนรุ่นปู่ย่าตายายสู่รุ่นลูกหลาน คำว่า “ แชมพู ” กำเนิดขึ้นในประเทศอังกฤษในช่วงเวลาเดียวกับที่นักเคมีชาวเยอรมันค้นพบสารซักฟอก ซึ่งพัฒนามาเป็นแชมพูสมัยใหม่ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ในช่วงปี ค ศ ๑๘๗๐-๑๘๗๙ รัฐบาลอังกฤษได้ถ่ายโอนอำนาจการควบคุมอินเดียจาก บริษัท บริติชอีสต์อินเดียอันทรงอิทธิพล รัฐบาลอังกฤษผ่อนปรนให้ชาวอินเดียซึ่งพูดภาษาฮินดูมีส่วนร่วมในทางการเมืองมากขึ้น เครื่องแต่งกายและศิลปะอินเดีย รวมทั้งถ้อยคำภาษาฮินดู กลายเป็นสิ่งที่นิยมชมชอบในอังกฤษ ในยุคแห่งความนิยมอินเดียนี้เองที่ช่างทำผมชาวอังกฤษได้บัญญัติ คำว่า “ แชมพู ” ขึ้นจากรากคำภาษาฮินดู “ แชมโป ” ซึ่งแปลว่า “ นวดคลึง ” แชมพูเมื่อครั้งกระโน้นไม่ใช่ของเหลวบรรจุขวดที่หาซื้อได้ทั่วไปตามร้าน แชมพูคือการนวดคลึงหนังศีรษะและผมที่เปียก ชุ่มด้วยน้ำสบู่ให้แก่ลูกค้าของร้านทำผมชั้นนำในอังกฤษ แต่ละร้านจะไม่เปิดเผยสูตรเฉพาะของตนโดยถือเป็นความลับสุดยอดช่างทำผมจะเป็นผู้ปรุงส่วนผสมของน้ำยาสระผมด้วยตนเองโดยทำกันอยู่หลังร้านนั่นเอง ถึงแม้ว่าสูตรอาจแตกต่างกันออกไปบ้าง แต่ส่วนประกอบหลัก ๓ ตัวที่ขาดไม่ได้ คือ น้ำ สบู่ และโซดา ส่วนแชมพูซึ่งมีสารซักฟอกเป็นส่วนผสมสำคัญ และถือกันว่าเป็นแชมพูจริง ๆ นั้น แรกผลิตขึ้นในประเทศเยอรมนีในช่วงศตวรรษที่ ๑๘๙๐-๑๘๙๙ และมีจำหน่ายในท้องตลาดหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ ค ศ ๑๙๑๔-๑๙๑๘ จอห์น เบรก เป็นผู้เปิดตลาดแชมพูในประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณปี ค ศ ๑๙๐๐ ขณะนั้นเบรกอายุ ๒๕ ปี เป็นหัวหน้าหน่วยอาสาสมัครดับเพลิงของ รัฐแมสซาชูเซ็ตส์ เขาประสบปัญหาผมร่วงร้ายแรง แม้ว่าแพทย์หลายคนที่เขาไปปรึกษายืนยันว่าไม่มีวิธีใดจะรักษาอาการศีรษะล้านได้ เบรกซึ่งเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีก็ไม่ยอมรับคำทำนายอาการโรคของแพทย์เหล่านั้น เขาพยายามพัฒนาตัวยาป้องกันผมร่วง ตัวยาปลูกผม รวมทั้งวิธีการนวดหนังศีรษะในลักษณะต่าง ๆ เพื่อต่อสู้กับอาการศีรษะล้านที่คุกคามเขาอยู่ ในปี ค ศ ๑๙๐๘ เบรกเปิดศูนย์บำบัดรักษาหนังศีรษะขึ้น ณ เมืองสปริงฟีลด์ ในไม่ช้าแชมพูสูตรพิเศษของเขาก็เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางตามร้านทำผมในเมืองนั้น เขาขยายกิจการออกไปยังเมืองอื่น ๆ ทั้งยังคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ในปี ค ศ ๑๙๓๐ เบรกแนะนำแชมพูสำหรับผมธรรมดาเข้าสู่ตลาดอีก ๓ ปีต่อมาเขาเสนอแชมพูสำหรับผมมันและผมแห้ง ธุรกิจดูแลเส้นผมของเขาประสบความสำเร็จ ขยายออกไปทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ทว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ตัวใดเลยที่สามารถหยุดยั้งอาการศีรษะล้านของเขาลงได้ แชมพู hybeauty.